อาจารย์หนู กันภัย

อาจารย์หนู กันภัย เดิมท่านเป็นชาว อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรีอาจารย์หนูเยาว์วัยท่านชอบศึกษาตำราไสยเวทย์ อักขระ เลขยันต์ตั้งแต่เล็ก ซึ่งต่างจากเด็กในวัยเดียวกันที่ยังชอบซุกซนในภาษาวัยเด็ก

อาจารย์หนูได้มีโอกาสรับใช้หลวงตาในวัดจนกระทั่งได้บวชเรียนเป็นสามเณรเมื่อครั้งเป็นสามเณร ท่านเป็นคนขยันปฏิบัติกิจของสงฆ์ที่พึงได้รับท่องตำราภาษาบาลีโดยตลอดไม่เคยขาด

ท่านจะเคร่งครัดในกิจของสงฆ์ เป็นอย่างมาก ท่านจะเจริญสมาธิอยู่มิได้ขาด ศึกษาร่ำเรียนวิปัสสนากรรมฐานกับพระเกจิอาจารย์ก็หลายรูปฝึกจิต ฝึกสมาธิท่านก็ได้เรียนพระคาถาอาคมจากพระเกจิอาจารย์ชื่อดังอีกหลายรูป

ได้เรียนรู้เกี่ยวการใช้สมาธิ พุทธาคมที่จะน้อมนำจิตที่สงบ และบริสุทธิ์ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นการปลุกเสก ลงอักขระเลขยันต์ ตลอดถึงวัตถุมงคลจนสร้างชื่อเสียงไปทั่วโลก

ยึดหลักการปฏิบัติอย่างเคร่งครัด และด้วยพลังบุญฤทธิ์ของท่านได้แผ่ออกไปให้ศิษยานุศิษย์ เปรียบเสมือนเกราะคุ้มกันภัย หนุนดวงบารมีให้ลูกศิษย์ทุกคนโดยถ้วนหน้า

Teacher Nu Kanpai, originally he was a native of Bang Bua Thong District, Nonthaburi Province. This is different from children of the same age who still like to be naughty in the language of childhood มาเก๊า888

Ajarn Nu had the opportunity to serve Luang Ta in the temple until he was ordained as a novice when he was a novice. He is a diligent practitioner of the Sangha who deserves to have been reciting Pali texts all the time.

You will be very strict in the activities of the monks, you will not lack concentration. Studied Vipassana meditation with the master monk. To practice meditation, he learned the spell from many famous monks.

Learned how to use meditation Phuttakom to bring peace and pure mind to good use Whether chanting Enter the occult number characters. As well as sacred objects to create a reputation around the world

Strictly adhere to the principles of practice And with the power of your merit spread to the disciples As a protective shield Supporting the fortunes of all students by universal

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก google

อาจารย์เที่ยง น่วมมานา

สมเด็จพระพุฒาจารย์

สมเด็จพระพุฒาจารย์ หรือนามที่นิยมเรียก “สมเด็จโต” “หลวงปู่โต” หรือ “สมเด็จวัดระฆัง” เป็นพระภิกษุมหานิกาย เป็นพระมหาเถระรูปสำคัญที่ได้รับความนิยมนับถืออย่างมากในประเทศไทย ท่านเคยดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหารในสมัยรัชกาลที่ 4-5

นับเป็นพระเกจิเถราจารย์ผู้มีปฏิปทาจริยาวัตรน่าเลื่อมใส เป็นที่เคารพนับถือทั่วไปมาตั้งแต่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ตั้งแต่พระมหากษัตริย์จนถึงสามัญชน และนอกจากจริยาวัตรด้านความสมถะอันโดดเด่นของท่านแล้ว ท่านยังทรงคุณทางด้านวิชาคาถาอาคม เมตตามหานิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัตถุมงคล

พระสมเด็จ ที่ท่านได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นพุทธบูชา ได้ถูกจัดเข้าในพระเครื่องเบญจภาคี่ หรือสุดยอดของพระเครื่องวัตถุมงคล 1 ใน 5 ของประเทศไทย มีราคาซื้อขายในปัจจุบันต่อองค์เป็นราคานับล้านบาท[3] ด้วยปฏิปทาจริยาวัตรและคุณวิเศษอัศจรรย์ของท่าน ทำให้พุทธศาสนิกชนชาวไทยเคารพนับถือว่าท่านเป็นอมตะเถราจารย์รูปหนึ่งของเมืองไทย และมีผู้นับถือจำนวนมากในปัจจุบัน

สมเด็จพระพุฒาจารย์ เกิดในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (หลังสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ได้แล้ว 7 ปี เมื่อวันพฤหัสบดี เดือน 5 ขึ้น 12 ค่ำ ปีวอก จุลศักราช 1150 เวลาพระบิณฑบาต (ตรงกับวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2331) ณ บ้านไก่จ้น (บ้านท่าหลวง) อำเภอท่าเรือ

มารดาบิดาของท่านเป็นใครไม่ทราบแน่ชัด มีผู้กล่าวประวัติของท่านในส่วนนี้แตกต่างกันไปหลายฉบับ เช่น ฉบับของพระยาทิพโกษา กล่าวว่า มารดาของท่านชื่อนางงุด บุตรของนายผลกับนางลา ชาวนาเมืองกำแพงเพชร

ฉบับของพระครูกัลยาณานุกูล (เฮง อิฏฐาจาโร) กล่าวว่า มารดาของท่านชื่อเกตุ คนท่าอิฐ อำเภอบางโพ

Somdet Phra Phutthachan

He is also virtuous in the subject of great mercy spells, especially sacred objects.

Phra Somdej that you have created as a Buddha worship Has been arranged in the Benjapa amulet, odd Or the best of the sacred object amulets, 1 in 5 in Thailand, the current price per body is millions of baht

Somdej Phra Phutthachan Born in the reign of King Phra Phutthayodfa Chulalok the Great (After building the Rattanakosin City for 7 years, on Thursday, the 5th month

Who is your father’s mother? His history has been mentioned in many different versions. For example, the version of Phraya Tipkosa said that his mother’s name was Nang Ngud. Son of Phol and Nang La Farmer of Kamphaeng Phet

The issue of Phra Kru Kalyananukul (Heng I Thathajaro) said that his mother’s name was Ket, Tha It, Bang Pho District. มาเก๊า888

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพได้ที่ Google

อาจารย์ประจวบ คงเหลือ

พ่อเที่ยง น่วมมานา

สมเด็จพระพุฒาจารย์

พิษณุ ญาณธโร

พิษณุ ญาณธโร (อ.อินทร์ปัน) พระอาจารย์ท่านเกิดที่บ้านหนองโก อ.กระนวน จ.ขอนแก่น บวชสามครั้งครั้งแรกบวชเป็นสามเณรน้อยที่วัดศรีสว่างอ.กระนวน อยู่2ปี

บวชครั้งที่สองบวชเป็นพระ ฝ่ายกัมมัฏฐานที่อ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์ศึกษาแนวทางสมาธิกับหลวงปู่รอดวัดถ่ำทรายทอง 1พรรษาบวชครั้งที่สามที่ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ศึกษาแนวทางแห่งวิปัสสนาญาณกับพระครูโสภณธรรมคุต

รองเจ้าคณะ อ.เพ็ญ และได้เที่ยวศึกษาแนวทางแห่งวิปัสสนาญาณกับหลายหลวงพ่อ แถบริมฝั่งแม่น้ำโขง เริ่มตั้งแต่หลวงพ่อบุญมาก ภูริปัญโญ กับอีกกลายคนาจารย์ และได้ศึกษาทดลองเกี่ยวกับเรื่องมนต์คาถาไสย์ศาสต์วิชาต่างๆทั้งศึกษาเล่นเเร่แปรธาตุ

มนต์ขักขระยันต์ต่างๆทุกศาสต์ปัจจุบันท่านมีอายุกาลพรรษา20ฝนอายุย่างเข้า45ปีและท่านได้อยุดธุดงค์ปักกดสร้างวัดป่าขึ้นห่างจากหมู่บ้านศรีบุญเรือง ต.นาพู่ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี

ท่านได้ใช้วิชาความรู้ในศราสต์ในศิลป์แขนงต่างๆมาช้วยเหลือชาวบ้าน และมีวิชาเสือสมิงหัวขาดรวมอยู่ด้วยเมื่อครั้งที่ท่านได้บังเอิญรู้จักพ่อครูทองสุข

ได้เห็นอานุภาพแห่งยันต์เสือสมิงหัวขาด จึงขอร่ำเรียนจากพ่อทองสุข ก้อนบุญ แห่งบ้านโนนชนะสังคม อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร ท่านก็ให้ร่ำเรียนแต่โดยดีเพราะถูกอุปนิสัยใจคอกันทั้งพระอาจารย์

ความเคารพนับถือเสมือนเป็นพ่อคนหนึ่งจึงได้รับถ่ายทอดวิชาเสือสมิงหัวขาดนับจากวันนั้นท่านพระอาจารย์ก็ใช้วิชาหลากหลายด้านผสมผสานกันหมุ่นจนครบทุกด้าน

วิชาที่ท่านถนัดคือวิชาธรรมบรรลุ ซึ้งท่านได้ใช้อยู่ในปัจจุบัน และในโอกาศดีนี้ท่านได้จัดสร้างเหรียญเสือสมิงหัวขาดขึ้นเพื่อหาปัจจัยจัดซื้อที่ดินเพื่อเอาไว้สร้างโบสถ์ในภายภาคหน้าให้กับวัดป่าชัยนิมต

Phitsanu Yantharo (In Phan) Phra Achan Than was born in Ban Nong Ko, Kranuan District, Khon Kaen Province, was ordained three times for the first time, was ordained as a young novice at Wat Si Sawang, Kranuan District for 2 years.

Second ordination. Ordained as a monk. Khammatthan Department at Tha Khantho District Kalasin Province, study meditation practice with

Luang Pu Rod, Tham Sai Thong Temple 1st ordination of the third ordination at Phen district, Udon Thani province, study the method of Vipassana wisdom with the Provost Sophon Thammakut

Deputy Archbishop Phen and traveled to study the method of Vipassana with many Luang Por The banks of the Mekong River Starting from

Luang Por Bunmak Phuripunho with another Khanajarn And studied and experimented with magic, magic, magic and various subjects, including studying, playing, alchemy

At present, he is 20 years old, the rain is 45 years old, and he has passed a hike to build a forest temple away from the village of Sri Bunruang,

Na Pu Subdistrict, Phen District, Udon Thani Province.

He used the knowledge of the arts in various fields to help the villagers.

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพได้ที่ Google

อาจารย์ป่อง น่วมมานา

พระขุนแผน

หลวงพ่อเกษม

พลตำรวจตรี ขุนพันธรักษ์ราชเดช

พลตำรวจตรี ขุนพันธรักษ์ราชเดช

บุตร พันธรักษ์ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2446 – 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2549

อดีตนายตำรวจชื่อดังของวงการตำรวจไทย ซึ่งมีชื่อเสียงเป็นอันมากในการปราบโจรร้ายในภูมิภาคต่าง ๆ

ในภาคกลางเช่น เสือฝ้าย เสือย่อง เสือผ่อน เสือครึ้ม เสือปลั่ง เสือใบ เสืออ้วน เสือไหว เสือมเหศวร ที่พัทลุง ปราบ เสือสังหรือเสือพุ่ม ที่นราธิวาส ปราบผู้ร้ายทางการเมือง

ในปี พ.ศ. 2481 หัวหน้าโจรชื่อ “อะเวสะดอตาเละ” จนท่านได้ฉายาจากชาวไทยมุสลิมว่า รายอกะจิ แปลว่า “อัศวินพริกขี้หนู”

จากผลงานที่ท่านสามารถปราบโจร เสือร้ายต่าง ๆ ได้มากมาย จึงได้รับฉายา

นายพลตำรวจหนังเหนียวผู้จับเสือมือเปล่า
นายพลตำรวจหนวดเขี้ยว

ขุนพันธ์ฯ ดาบแดง (เชื่อกันว่าเป็นดาบที่ตกทอดมาจาก พระยาพิชัยดาบหัก ฝักดาบมีถุงผ้าสีแดงห่อหุ้ม ตัวดาบมีความคมกล้า)
จอมขมังเวทย์

พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช หรือชื่อเดิมว่า บุตร พันธรักษ์ เกิดเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2446 ที่บ้านอ้ายเขียว หมู่ที่ 5 ตำบลดอนตะโก อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นบุตรของนายอ้วน นางทองจันทร์ พันธรักษ์

เริ่มเข้าเรียนในชั้นประถมปีที่ 1 ที่โรงเรียนวัดสวนป่าน อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช เนื่องจากท่านมีความรู้ในวิชาเลขและหนังสืออยู่แล้วก่อนที่จะเข้าโรงเรียน

เมื่อเข้าเรียนในชั้นประถมปีที่ 1 ได้ 1 วัน ทางโรงเรียนก็เลื่อนชั้นให้เรียนในชั้นประถมปีที่ 2 และวันรุ่งขึ้นก็เลื่อนชั้นให้เรียนชั้นประถมปีที่ 3 เป็นอันว่าท่านเข้าโรงเรียนได้เพียง 3 วัน ได้เลื่อนชั้นถึง 2 ครั้ง

วันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2485 ได้รับพระบรมราชานุญาตให้ใช้ราชทินนามเป็นชื่อสกุล

พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช เป็นคนสุดท้ายของประเทศไทยที่ได้รับพระราชทานทินนาม ซึ่งขุนพันธรักษ์ราชเดชได้ถึงแก่อนิจกรรมด้วยโรคชรา ในวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2549

เวลา 23.27 น. ที่บ้านเลขที่ 764/5 ซอยราชเดช ถนนราชดำเนิน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช

Police Major General Khunphanrakratchadej

Son Phanthrak 18 February 1903 – 5 July 2006

Famous former police officer of the Thai police circles Which is very famous for beating out thieves in different regions

In the central region, such as cotton tigers, sneaky tigers, humpback tigers, hump tigers, plump tigers, chubby tigers, swaying tigers, hevise tigers at Phatthalung subdue the sang sang or the bush tiger at Narathiwat.

In the year 1938, the head of the thief named “Awesada Atale” until he got the nickname from the Thai Muslims that Raekaji means “Chili Knight”

From the works that you can defeat many different bandits, you get the title

A sticky leather police general who took the scouts
Police general

Khun Phan Red Sword (believed to be a sword that has been passed from Phraya Pichai Broken Sword The sheath was wrapped in a red cloth bag. The sword itself is very sharp.)
Sorcerer

Pol.Maj.Gen. Khun Phanrakrachadej Or the original name, Son Phanthrak, was born on February 18, 1903 at Baan Ai Khiao, Village No. 5, Don Tako Sub-district, Tha Sala District, Nakhon Si Thammarat Province. Is the son of Mr. Uan, Mrs. Thongchanpanthrak

Began studying in Grade 1 at Wat Suan Pan School. Mueang Nakhon Si Thammarat District Because you already had knowledge of mathematics and books before entering school.

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพได้ที่ Google

อาจารย์ป่อง น่วมมานา

พระขุนแผน

หลวงพ่อเกษม

ครูแก้ว คำวิบูลย์

ครูแก้ว คำวิบูลย์ ท่านเป็นหลานหลวงปู่ทอง วัดราชโยธาและเรียนวิชากับหลวงปู่ทอง

อีกสายนึงที่ท่านก็ศึกษาร่ำเรียนมาบางส่วนคือหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า

อาจารย์แก้วท่านเป็นหลานที่หลวงปู่ทองรักและไว้ใจ ท่านเรียนวิชาอาคมกับหลวงปู่ทองจนอายุ๑๙ ท่านได้อาสารับใช้ชาติเป็นทหารไปต่างประเทศ

จนท่านกับมาวัดราชโยธาอีกครั้ง เมื่ออายุครบบวช ก็ได้บวชที่วัดราชโยธา โดยมีหลวงปู่ทอง เป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่อบวชแล้วก็ตั้งหน้าศึกษาวิชาต่อกับหลวงปู่ทอง

จนหมดไส้หมดพุง หลวงปู่ทองได้ครอบครู ประสิทธิ ประสาท เรียนวิชาคู่กับอาจารย์แถว

อาจารย์แก้วลาอุปสมบทแล้วก็อาศัยวิชาสัก มาสักให้กับลูกศิษย์ฆราวาส และที่เป็นพระก็มี โดยมาสักที่บ้านท่าเรือ คลองเตยก่อน เมื่อลูกศิษย์เยอะขึ้นก็ย้ายจากท่าเรือมาที่ถนนวิทยุ ซอยร่วมฤดี ตั้งแต่ปี ๒๔๗๐

ซึ่งมีช่วงนึงปีที่เกิดกบฎ ณ เณร ท่านบวชที่วัดระฆัง อุทิศกุศลให้โยมบิดาเมื่อมีการจับกบฎ เรื่องราวจึงพาดพิง มาถึงท่าน เพราะ ร.ท. ณ เณร เป็นลูกศิษย์ใกล้ชิดมาสู่ท่าน

ทางการจึงหาว่าอาจารย์แก้วสมรู้ร่วมคิด จึงโดนจับทั้งผ้าเหลือง แต่ต่อมาก็ถูกปล่อยมาเพราะท่านไม่ผิดและไม่มีหลักฐาน เมื่อท่านออกมาก็ลาสิกขาบท

ท่านมาเปิดสักที่โบสถ์พราหมณ์ อีกครั้ง โดยท่านจะมีลูกศิษย์ช่วยสักอยู่ ๖ คน เป็นที่รู้จักโด่งดังของคนทั่วไปและข้าราชการผู้ใหญ่ นายทหารสมัยก่อน และเชื้อพระวงศ์จนปี๒๔๙๘ ท่านได้ถึงแก่กรรม

Teacher Kaew Khamwibun

Another route that you have studied in some parts is Luang Pu Suk. Pak Khlong Makham Tao Temple

Ajahn Kaew is a grandson that Reverend Grandfather Thong loves and trusts. He studied magic with Luang Pu Thong until age 19. He volunteered to serve the nation as a soldier to a foreign country.

Until you and the royal temple again When he is ordained Was ordained at the royal temple With Reverend Grandfather Thong Is preceptor When ordained, then set up to study with Luang Pu Thong

Until exhaustion Reverend Grandfather Thong has a teacher, Prasit Prasart, studying with a teacher

Teacher Kaew Lak, ordination and then relying on tattooing Came to tattoo for the lay disciple And the monk also had By coming to the house of Khlong Toei Pier first.

When more pupils moved from the pier to Wireless Road, Soi Ruamrudee since year 1927

ขอบคุณข้อมูลรูปภาพได้ที่ Google

อาจารย์ป่อง น่วมมานา

พระขุนแผน

หลวงพ่อเกษม

อาจารย์ทอง ตลาดพลู

อาจารทอง ตลาดพลู

อาจารย์ทอง ตลาดพลู การสักยันต์ ถึงแม้บางคนจะมองว่าเป็นเพียงแฟชั่น เป็นกระแสนิยมตามหมู่ดารานักร้องชื่อดังทั่วไป แต่หากศึกษาประวัติอันยาวนาน

ความศักดิ์สิทธิ์ของยันต์แล้ว จะพบว่าการสักยันต์เป็นความเชื่อที่หยั่งรากฝังลึกลงในจิตใจของคนไทย และชาวต่างชาติมากมาย

หนึ่งในปรมาจารย์ทางด้านสักยันต์ในปัจจุบันได้แก่ อาจารย์ทอง สนธิรอด หรือที่เรียกกันในหมู่ผู้นิยมสักยันต์ว่า “อาจารย์ทอง ตลาดพลู”

อาจารย์ทอง ตลาดพลูถือกำเนิดเมื่อปีพ.ศ.๒๔๙๔ ที่บ้านสามกลอ อำเภอเสนา จังหวัดนครศรีธรรมราช

ชีวิตในวัยเด็กอาจารย์ทองเป็นเช่นเด็กๆ ทั่วไป แต่ที่ต่างออกไปคืออาจารย์ทอง ท่านสนใจ

เรื่องการสักยันต์มาตั้งแต่เด็กๆ จนถึงวัยรุ่นเรียกได้ว่าอาจารย์สักยันต์ท่านไหนเก่งถ้าท่านทราบ

ท่านมักจะตามไปเฝ้าดูการสักยันต์ พอสบโอกาสท่านก็จะขอร่ำเรียนวิชาการสักยันต์จากอาจารย์ท่านนั้นๆ

ด้วยเมื่ออายุครบบวชอาจารย์ทอง ก็ได้เข้ารับการอุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดเพลง บวชอยู่ได้สักระยะอาจารย์ทอง จึงได้ลาสิขาบทออกมาใช้ชีวิตฆราวาสตามปกติ

หลังจากที่ได้สึกออกมาแล้วอาจารย์ทองจึงได้ตั้งใจร่ำเรียนวิชาสักยันต์ และอักขระวิธีต่างๆ ตลอดจน วิชาคาถาอาคมอย่างเป็นจริงเป็นจัง

อาจารย์ที่ได้ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้กับท่านอาจารย์ทองมีมากมายหลายท่านอาทิ อาจารย์ฮะ วัดใหญ่ศรีสุพรรณ เบตหิรัญรูจี วงเวียนใหญ่ อาจารย์เที่ยง น่วมมานา วัดทอง

วัดสุวรรณาราม บางกอกน้อย กรุงเทพฯ สำหรับอาจารย์เที่ยงนั้นท่านเป็นฆราวาสยุคเก่า สมัยสงคราม อินโดจีน ถือเป็นฆราวาสขมังเวทย์ท่านหนึ่งแห่งฝั่งธนบุรี

เพราะด้วยวิชาต่างๆ ท่านได้ร่ำเรียนมาจาก หลวงปู่ทอง วัดราชโยธา หลวงปู่จันทร์ วัดนางหนู หลวงพ่อทียน วัดโบสถ์ ฯลฯ คงปฏิเสธถึงความ ขลังไม่ได้

ระหว่างที่อาจารย์ทอง ได้ไปร่ำเรียนวิชาการต่างๆ นั้น ท่านก็ได้ทำการสักยันต์ไปด้วย ทำงานไปด้วยจนมาในปีพ.ศ.๒๕๒๐

อาจารย์ทองจึงได้เริ่มเปิดบ้านรับสักยันต์เป็นทางการ สืบเนื่องจากบรรดาลูกศิษย์ ลูกหาที่เพิ่มมากขึ้นเวลาทำงานที่น้อยลง อาจารย์ทองจึงได้ตัดสินใจลาออกจากงาน

เพื่อมาสงเคราะห์ ให้กับบรรดาลูกศิษย์ลูกหาได้อย่างเต็มที่ จนมาถึงในปัจจุบัน

อาจารย์ทอง ตลาดพลู พูดกับลูกศิษย์ ท่านบอกว่า ของจะดีหรือ ไม่ดีนั้นผู้ที่ได้รับการสักไปแล้ว ต้องมีศีลธรรม

เคยมีนักหนังสือพิมพ์ ได้ถามท่านอาจารย์ว่า การเป็นอาชีพสักยันต์แล้วรวยไหม อาจารย์ตอบว่า “ผมไม่ค่อยได้เงินได้ทองเท่าไหร่หรอก ถ้าสักแล้วรวย

ผมจะมาอยู่ในสำนักบ้านไม้แบบนี้เหรอ แล้วการสักไม่ใช่สบายนะ เหนื่อย แต่ลูกศิษย์ลูกหาที่เข้ามา เขาอยากให้เราสักให้เพราะความศรัทธา

ทุกครั้งผมจึงมีความตั้งใจอย่างแรงกล้า ไม่ใช่ว่าเอาเงินอย่างเดียวแล้วสักไปเรื่อยเฉื่อย”

อาจารย์ทอง ตลาดพลู

Ajarn Thong Taladplu tattooing talisman

Although some people will see it as just a fashion Is a popular trend among famous celebrities But if studying the long history

The sanctity of the talisman Will find that tattooing is a belief that is rooted in the minds of Thai people And many foreigners

One of the professors in tattooing today is Ajarn Thong Sonthirot, also known as “Ajarn Thong Taladplu”.

Ajarn Thong Taladplu was born in 1949. At Ban Sam Klo, Sena District, Nakhon Si Thammarat Province

In his childhood, Ajarn Thong was like a normal child. But differently,

Ajarn Thong has been interested in tattooing since childhood. To teenagers, it can be said that

Master Yantra is good if you know He often followed to watch the tattoo. When the opportunity arises, he will ask for a talisman education from that teacher.

When he is ordained as a teacher Was ordained at the Phitsanulok temple ordination ceremony for a while,

Teacher Thong Therefore had to leave the chapter out to live a normal secular life After feeling the feeling,

อาจารย์ป่อง น่วมมานา

พระขุนแผน

หลวงพ่อเกษม

หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว

หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว

หลวงปู่บุญ ชาตะเมื่อวันจันทร์ที่ ๓ ค่ำ เดือน ๘ ปีวอก จุลศักราช ๑๒๑๐การสำรวจสำมะโนประชากรใกล้กับวันที่ 3 กรกฎาคมพุทธศักราช ๒๓๙๑

นายชาตรีบ้านท่าไม้อำเภอกระทุ่มแบนจังหวัดสมุทรสาคร (ในเวลานั้นยังคงเป็นบ้านใหม่ในเมืองนครชัยศรีจังหวัดนครชัยศรีจังหวัดนครปฐมอำเภอสามพรานจังหวัดนครปฐมถูกย้ายไปที่อำเภอกระทุ่มแบน Baen, จังหวัดสมุทรสาคร)

พ่อแม่พันธุ์ของคุณปู่เรียกว่า “แสง” บุญมามีชื่อ “ลิม” เขามีพี่น้องที่เหมือนกันเพื่อดูแลบุคคลเดียวกัน เขาเป็นพี่คนโตและมีพี่น้อง 5 คน

1 นางเอม 2. นางบาง 3. นางจันทร์ 4. นายปาน 5. นายคง

เมื่อ หลวงปู่บุญ เป็นเด็กตัวเล็กจงอยู่กับสุภาพบุรุษทั้งสองที่มีลักษณะแตกต่างจากเด็กไม่ยอมฆ่าสัตว์ที่ตัดชีวิตและไม่ชอบจับสัตว์มาเล่นด้วยการทรมานเหมือนกับเด็กคนอื่น ๆ ทั้งคู่มีอาชีพในสาขานั้น ในขณะที่ไม่มีงานทำพวกเขาจะค้นหาปลาในหนองน้ำต่าง ๆ เพื่อที่จะปรุงอาหารและบริโภคอาหารอย่างชาวนาจำนวนมาก

และทั้งคู่ก็พาคุณไปด้วยเสมอเพราะเขาเป็นลูกชายคนแรกโดยมอบหมายให้เขาจับปลา ในตอนแรกเขาปฏิเสธที่จะไปกับเขาถูกดุโดยลูกศิษย์ว่าเขาพอใจมากที่สะพานของกระเป๋าตามเขาวันหนึ่งปลาจำนวนมากที่จับได้ทั้งมีความสุขที่จะปล่อยปลาจำนวนมากเมื่อเขากลับบ้านเขาเตรียมปลาที่จะปรุงอาหาร เมื่อมันถูกเปิดออกปรากฏว่าไม่มีปลาแม้แต่ตัวเดียวในร่างกายของเขา

เมื่อถูกถามเขาบอกว่าปลาทั้งหมดได้รับการปล่อยตัวไปพร้อมกัน ในวันนั้นแทบจะไม่มีอาหารกินทั้งบ้านแจมโกรธมากและไม่ลงโทษเขาอย่างรุนแรง หลังจากนั้นก็ไม่ได้พาเขาไปหาปลาอีกแล้วเขาก็กลายเป็นเด็กขี้เหงาง่วงนอนเบื่อชีวิตทางโลก

สาธุคุณปู่เคยบอกคนที่สนิทกับเขาว่าเขารู้สึกตั้งแต่เล็ก แต่น้อยว่าชีวิตในโลกเป็นวิธีการประหัตประหาร และมีความปรารถนาที่จะเข้าพระวิหารเพื่อบวชอย่างรวดเร็วและมีโอกาสเป็นพระภิกษุสามเณรเมื่ออายุ 13 ปีและมีชีวิตอยู่ในธรรมะเสมอหลวงปู่บุญ

หลวงปู่บุญ

Reverend Grandfather Boonchat, on the 3rd Monday of the 8th lunar month of the Year of the Monkey, Chulalongkorn, 1210 Census, close to 3 July, 2391 B.E.

Mr. Chatree Ban Tha Mai, Krathum Baen District, Samut Sakhon Province (At that time, it was still a new home in Nakhon Chai Si City, Nakhon Chai Si Province, Nakhon Pathom Province, Sam Phran District, Nakhon Pathom Province, was moved to Krathum Baen District, Samut Sakhon Province.)

The grandfather’s parents are called “Saeng”. Boonma has the name “Lim”. He has the same siblings to look after the same person. He is the eldest and has 5 siblings.

1 Mrs. Emm 2. Mrs. Bang 3. Mrs. Chan 4. Mr. Pan 5. Mr. Kong

When Reverend Grandfather Bun is a small child, stay with both gentlemen who are different from children and refuse to kill animals that cut their lives and do not like to play animals with torture like other children. Both have careers in that field. While there is no work, they will search for fish in various swamps in order to cook and consume food like many farmers.

ขอบคุณข้อมูลจาก google

หลวงพ่อพัฒน์

พระอาจารย์สาคร ธัมวุธโธ

หลวงพ่อสมหวัง

หลวงพ่อจอน วัดดอนรวบ จ.ชุมพร

หลวงพ่อจอน วัดดอนรวบ จ.ชุมพร

หลวงพ่อจอน เดิมชื่อนายจอน เทพทอง เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 6 พฤษภาคม 2392 ตรงกับวันศุกร์ปีที่ 6 แห่ง ระกา ที่บ้านท่าชัยอำเภอท่าชนะจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นบุตรชายของนายนนท์และนางคงเทพ ลวดหนัง 3 คนคือ

1. นางสี
2. หลวงปู่จอน
3. นายขิน

ในวัยหนุ่มของเขาเขาเป็นคนที่มีความแข็งแกร่งทางร่างกายแข็งแรงสง่างามผิวสีแดงเข้มสูงประมาณ 170 เซนติเมตร ไม่อ้วนและไม่ผอมเกินไปใบหน้าสูงโปร่งโปร่งมีหนวดเครา

จบการศึกษาทั่วไปจบประโยคสำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนวัดดอนชัย ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านเลขที่ 4 ตำบลท่าชนะอำเภอท่าชนะจังหวัดสุราษฎร์ธานี

งานตรวจศาสนาบริจาคเงินจากวัดดอนชัยตั้งอยู่ที่หมู่บ้านเลขที่ 4 ตำบลท่าชนะอำเภอท่าชนะจังหวัดสุราษฎร์ธานี
เป็นบรรพชาสามเณรอายุ 18 ปีในวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2410 ณ วัดดอนชัย เมื่อเขาอายุ 21 ปีบวชเป็นพระในปี 2413 ที่วัดดอนชัยอำเภอท่าชนะจังหวัดสุราษฎร์ธานี

โดยมี พระครู อาจารย์เทศน์ เป็นพระอุปัชฌาย์
พระสมุห์ปณฺฑิโค เป็นพระกรรมวาจาจารย์
พระอธิการเทพยั่ว เป็นพระอนุสาวนาจารย์

โดยได้รับฉายา Siri Master ซึ่งเขาศึกษาศึกษาสร้างสมาธิฝึกสมาธิและฝึกฝนธรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการท่องสวดรวมถึงพระสูตรวินัยและอภิธรรม ชัดเจนถูกต้องตามวิธีตัวละครแม้แต่คำอธิษฐานที่ไม่ค่อยได้ใช้ในศาสนพิธีต่างๆคุณสามารถอธิษฐานได้ โดยเทพอื่น ๆ ต้องนั่งเงียบ ๆหลวงพ่อจอน

Reverend Father Jon, Don Ruap Temple, Chumphon Province
Formerly known as Mr Jon Thepthong, born on Friday May 6, 1849, coinciding with the 6th Friday of the Rooster in Ban Tha Chai, Tha Chana District, Surat Thani Province, is the son of Mr Non and 3 Khongthep Suthan, who are

1. Mrs. Nang
2. Luang Pu Jon
3. Mr Khin

In his youth, he was physically strong, elegant, with a deep red skin, about 170 centimeters tall, not fat and not too thin, his face was tall, airy, and had a beard.

Completed general education, complete sentences for grade 4 from Wat Don Chai school. Located at Village No. 4, Tha Chana Subdistrict, Tha Chana District, Surat Thani Province

Religious donations from Don Chai Temple are located at Village No. 4, Tha Chana Subdistrict, Tha Chana District, Surat Thani Province.

ขอบคุณข้อมูลจาก google

หลวงพ่อพัฒน์

พระอาจารย์สาคร ธัมวุธโธ

หลวงพ่อสมหวัง

 

หลวงพ่อทอง (สุทธสีโล)

หลวงพ่อทอง

หลวงพ่อทอง หรือเด็กชายทองคำเกิดเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2492 พ่อคือนายบัวกลันมารดาของนางภูคลานฮันบ้านเดมในบ้านโนนสูงตำบลวังหินอำเภอประทายจังหวัดนครราชสีมา ที่วัดสระแก้วอำเภอเมืองจังหวัดนครราชสีมา วันศุกร์ที่ 1971 ขณะบวชที่วัดสระแก้วได้รับพระเมตตาจากหลวงพ่อขุน

ซึ่งหลวงพ่อขุนเห็นว่าพระทองเป็นพระที่เงียบสงบไม่ค่อยพูดและเป็นพระที่เรียบร้อยสอนง่ายฟังง่ายและเมื่อ หลวงพ่อสอนเป็นผู้เรียนเป็นผู้เรียนและปฏิบัติตามอย่างสม่ำเสมอดังนั้นจึงได้รับความเมตตาจากหลวงพ่อขุนในการถ่ายทอดวิชาและคาถา

รวมถึงการจารึกตัวละครต่าง ๆ ในเหรียญตะกรุดและหลวงพ่อขุนเขาเห็นความมุ่งมั่นของพระทอง ด้วยการท่องจำอย่างต่อเนื่องซึ่งหลวงพ่อได้สอนเมื่อหลวงพ่อขุนเห็นว่าพระทองคำควรได้รับการเผยแพร่ในเรื่องคาถาของหลวงพ่อขุน

สอนทุกอย่างรวมถึงการทำสมาธิเพื่อให้มีความมุ่งมั่นอย่างแรงทำให้เกิดพลังในสิ่งที่คุณกำลังสวดอ้อนวอนในภายหลัง ในปี พ.ศ. 2517 หลวงพ่อขุนคุณเห็นว่าพระทองควรนำวิชาออกไปปฏิบัติ ดังนั้นเข้าร่วมเพื่อถวายเหรียญหลวงพ่อขุนในปี พ.ศ. 2517 กับ หลวงพ่อทอง

จึงถือได้ว่าเป็นพระที่อยู่ไกลจากหลวงพ่อขุนและถือว่าเป็นพระพุทธรูปที่อยู่ใกล้กับสาธุคุณพ่อไม่สำคัญว่าหลวงพ่อขุนเป็นใคร การเดินทางสถานที่ที่จะย้ายไปพักหลวงพ่อทองจะติดตามเขาไปทุกที่ ครั้งหนึ่งคุณมิตทรีบุญสูงได้เชิญหลวงพ่อขุนให้ไปที่วัดที่หาดราไวย์วัดขาวภูเก็ต

หลวงพ่อทองติดตามเขาด้วยในฤดูฝนหนึ่งฤดูฝน จากนั้นเดินทางกลับไปที่วัดสระแก้วอีกครั้งกับหลวงพ่อขุนและหลังจากนั้นก็ติดตามหลวงพ่อขุนทุกที่ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดชลบุรีจังหวัดลพบุรีอำเภอชัยบาดาลจังหวัดเชียงใหม่และในที่สุดก็จำได้ที่วัดบ้านไร่ขุนด่านทศ อำเภอเมืองจังหวัดนครราชสีมาหลวงพ่อทอง

Golden Boy was born on August 31, 1949. Father Iceberg, Ban San Kamphaeng, In the city of Nakhon Ratchasima Prachuap Khiri Khan 2471 as Wat Phu Wet Received an honor from the noblemen. Sincerely apologize that Phra Thong is a quiet monk. Sole and is a monk teaching strictly on

reading and following Accepting plays, characters in silver coins and monarchs, he sees the determination of Phra Thong by continuous memorization of Luang Pho Khun, teaching everything, including

participation in preventing impulse, giving power to things You Praying later in the year 1974. Luang Phor Khun You see what Phra Thong should do in joining the King Pho Khun medal ceremony in 1974. Luang Pho Thong is

regarded as a distant Buddha. Went from Luang Pho Khun and is considered a Buddha statue near the Reverend Father. It doesn’t matter that Luang Pho Khun is the person who travels to every place that will travel to him. There

are people asking to visit Phra Kaew Temple, which is located in Phuket, Phra Mae Thon, Mueang District, Nakhon Ratchasima Province, Lop Buri District, Mueang District, Lop Buri Province.

ขอบคุณข้อมูลจาก google

หลวงพ่อพัฒน์

พระอาจารย์สาคร ธัมวุธโธ

หลวงพ่อสมหวัง

 

พระอุดมประชานาถ

พระอุดมประชานาถ

” พระอุดมประชานาถ ” หรือชาวนครชัยศรีกล่าวถึงชื่อ “หลวงพ่อปินถิธานุคุโน” พระนครชัยศรีอดีตเจ้าอาวาสวัดโคกเขเขและเคยเป็นเจ้าอาวาสวัดบางพระจังหวัดนครปฐม

วัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่คุณสร้างขึ้นมาปลุกเสกด้วยคุณธรรมที่โดดเด่นรอบตัวมันเป็นที่รู้จักกันมานาน เดิมชื่อนายพวงภูหลงเกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2466 ที่บ้านเลขที่ 4 หมู่บ้านหมายเลข 5 ตำบลบางแก้วฟ้าอำเภอนครชัยศรีจังหวัดนครปฐม

ในวัยเด็กเขาสนใจวิทยาศาสตร์ พระอุดมประชานาถ ครอบครัวของเขาอยู่ใกล้กับวัดบางพระ คุณป่าวจึงไปอยู่ในวัดบางพระเป็นประจำ

หลังจากนั้นครอบครัวจึงย้ายไปทำอาชีพที่บ้านทุ่งคอกต. สองพี่น้องจ. สุพรรณบุรีเพื่อนำไปฝากไว้เป็นศิษย์ของหลวงพ่อแดง จากวัดทุ่งคอกอำเภอสองพี่น้องนักเรียนคนแรกของหลวงพ่อขุนวัดคลองมะดัน ได้ถูกโอนไปยังสาขาวิชาต่างๆ

ต่อมาย้ายภูมิลำเนาของเขากลับไปที่บ้านที่นครปฐม เพราะเขาถึงวัยทหารได้รับการแต่งตั้งให้เป็นข้าราชการและต่อมาตำแหน่งนี้ก็ได้ประกาศยกเลิกนายสาธุคุณพ่อธานออกมาแล้วช่วยพ่อแม่ของเขาหาเลี้ยงชีพในขณะเดียวกันก็เรียนเครื่องรางยันต์ทางวิชาการจากพระอาจารย์พระองค์อินทชิโตวัดบางพระ .

เมื่ออายุ 20 ปีให้เข้าพิธีบวช ที่พัทลุง, วัดบางพระ, ตำบลบางแก้วฟ้า, อำเภอนครชัยศรี, จังหวัดนครปฐมมีพระอาจารย์พระองค์เขาเป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์ทองอยู่เป็นปรมาจารย์และพระอาจารย์ช้างธิติธรรมเป็นพระหนุ่มที่ได้รับฉายา ” ฐิตคุโณ 

หลังจากประทับจิตรอให้อุปัฏฐากรับใช้พระอาจารย์พระองค์ซึ่งคุณได้แสดงความเห็นใจในการถ่ายทอดตัวละครโบราณเป็นรูปแบบของเครื่องรางต่าง ๆ การร่ายมนต์ให้ใช้มา 4 ปีจนกระทั่งพระอาจารย์เสียชีวิต

หลังจากนั้นเขาออกธุดงค์และไปเป็นศิษย์ของหลวงพ่อโอภาส จากอาศรมบางมดศึกษาวิทยาศาสตร์จากเขาประมาณ 1 ปีก่อนจะขึ้นไปทางใต้

ในปีพ. ศ. 2504 ท่านพ่อเปนปกากาด ณ ไชยทุ่งใกล้วัดทุ่งนางคลอกอำเภอลาดหญ้าจังหวัดกาญจนบุรีใช้ความรู้เรื่องสมุนไพรและยารักษาโรค การรักษาชาวบ้านที่ป่วยจนกระทั่งชาวบ้านเชื้อเชิญให้เขาช่วยพัฒนาวัดทุ่งนางตัก

Phra Udom Pra

“Phra Udom Prachanath” or Nakhon Chai Si people mention the name “Reverend Father Pinthananukuno” Phra Nakhon Chai Si, former abbot of Wat Khok Khae and used to be an abbot of Bang Phra Temple, Nakhon Pathom Province

Sacred objects that you create chanted with outstanding virtues around them are known for a long time. Formerly known as Mr Puang Phu Long, born on Sunday 12 August 1923 at House No. 4, Village No. 5, Bang Kaeo Fah Subdistrict, Nakhon Chai Si District, Nakhon Pathom Province.

In his childhood he was interested in science. Phra Udom Pra His family is close to Bang Phra Temple. Pao then went to stay in Bang Phra Temple regularly.

After that, the family moved to work at Ban Thung Khok, Tambon Two brothers in Suphanburi province to take as a pupil of Luang Por Daeng.

Next, move his domicile back to his home in Nakhon Pathom. Because he reached the military age,

was appointed as a civil servant and later announced that the termination of Reverend Father Than came out to help his parents to earn a living while learning academic talisman from the teacher. Inthichito, Bang Phra Temple

ขอบคุณข้อมูลจาก google

หลวงพ่อพัฒน์

พระอาจารย์สาคร ธัมวุธโธ

หลวงพ่อสมหวัง