สมเด็จพระพุฒาจารย์

สมเด็จพระพุฒาจารย์ หรือนามที่นิยมเรียก “สมเด็จโต” “หลวงปู่โต” หรือ “สมเด็จวัดระฆัง” เป็นพระภิกษุมหานิกาย เป็นพระมหาเถระรูปสำคัญที่ได้รับความนิยมนับถืออย่างมากในประเทศไทย ท่านเคยดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหารในสมัยรัชกาลที่ 4-5

นับเป็นพระเกจิเถราจารย์ผู้มีปฏิปทาจริยาวัตรน่าเลื่อมใส เป็นที่เคารพนับถือทั่วไปมาตั้งแต่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ตั้งแต่พระมหากษัตริย์จนถึงสามัญชน และนอกจากจริยาวัตรด้านความสมถะอันโดดเด่นของท่านแล้ว ท่านยังทรงคุณทางด้านวิชาคาถาอาคม เมตตามหานิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัตถุมงคล

พระสมเด็จ ที่ท่านได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นพุทธบูชา ได้ถูกจัดเข้าในพระเครื่องเบญจภาคี่ หรือสุดยอดของพระเครื่องวัตถุมงคล 1 ใน 5 ของประเทศไทย มีราคาซื้อขายในปัจจุบันต่อองค์เป็นราคานับล้านบาท[3] ด้วยปฏิปทาจริยาวัตรและคุณวิเศษอัศจรรย์ของท่าน ทำให้พุทธศาสนิกชนชาวไทยเคารพนับถือว่าท่านเป็นอมตะเถราจารย์รูปหนึ่งของเมืองไทย และมีผู้นับถือจำนวนมากในปัจจุบัน

สมเด็จพระพุฒาจารย์ เกิดในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (หลังสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ได้แล้ว 7 ปี เมื่อวันพฤหัสบดี เดือน 5 ขึ้น 12 ค่ำ ปีวอก จุลศักราช 1150 เวลาพระบิณฑบาต (ตรงกับวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2331) ณ บ้านไก่จ้น (บ้านท่าหลวง) อำเภอท่าเรือ

มารดาบิดาของท่านเป็นใครไม่ทราบแน่ชัด มีผู้กล่าวประวัติของท่านในส่วนนี้แตกต่างกันไปหลายฉบับ เช่น ฉบับของพระยาทิพโกษา กล่าวว่า มารดาของท่านชื่อนางงุด บุตรของนายผลกับนางลา ชาวนาเมืองกำแพงเพชร

ฉบับของพระครูกัลยาณานุกูล (เฮง อิฏฐาจาโร) กล่าวว่า มารดาของท่านชื่อเกตุ คนท่าอิฐ อำเภอบางโพ

Somdet Phra Phutthachan

He is also virtuous in the subject of great mercy spells, especially sacred objects.

Phra Somdej that you have created as a Buddha worship Has been arranged in the Benjapa amulet, odd Or the best of the sacred object amulets, 1 in 5 in Thailand, the current price per body is millions of baht

Somdej Phra Phutthachan Born in the reign of King Phra Phutthayodfa Chulalok the Great (After building the Rattanakosin City for 7 years, on Thursday, the 5th month

Who is your father’s mother? His history has been mentioned in many different versions. For example, the version of Phraya Tipkosa said that his mother’s name was Nang Ngud. Son of Phol and Nang La Farmer of Kamphaeng Phet

The issue of Phra Kru Kalyananukul (Heng I Thathajaro) said that his mother’s name was Ket, Tha It, Bang Pho District. มาเก๊า888

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพได้ที่ Google

อาจารย์ประจวบ คงเหลือ

พ่อเที่ยง น่วมมานา

สมเด็จพระพุฒาจารย์

พิษณุ ญาณธโร

พิษณุ ญาณธโร (อ.อินทร์ปัน) พระอาจารย์ท่านเกิดที่บ้านหนองโก อ.กระนวน จ.ขอนแก่น บวชสามครั้งครั้งแรกบวชเป็นสามเณรน้อยที่วัดศรีสว่างอ.กระนวน อยู่2ปี

บวชครั้งที่สองบวชเป็นพระ ฝ่ายกัมมัฏฐานที่อ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์ศึกษาแนวทางสมาธิกับหลวงปู่รอดวัดถ่ำทรายทอง 1พรรษาบวชครั้งที่สามที่ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ศึกษาแนวทางแห่งวิปัสสนาญาณกับพระครูโสภณธรรมคุต

รองเจ้าคณะ อ.เพ็ญ และได้เที่ยวศึกษาแนวทางแห่งวิปัสสนาญาณกับหลายหลวงพ่อ แถบริมฝั่งแม่น้ำโขง เริ่มตั้งแต่หลวงพ่อบุญมาก ภูริปัญโญ กับอีกกลายคนาจารย์ และได้ศึกษาทดลองเกี่ยวกับเรื่องมนต์คาถาไสย์ศาสต์วิชาต่างๆทั้งศึกษาเล่นเเร่แปรธาตุ

มนต์ขักขระยันต์ต่างๆทุกศาสต์ปัจจุบันท่านมีอายุกาลพรรษา20ฝนอายุย่างเข้า45ปีและท่านได้อยุดธุดงค์ปักกดสร้างวัดป่าขึ้นห่างจากหมู่บ้านศรีบุญเรือง ต.นาพู่ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี

ท่านได้ใช้วิชาความรู้ในศราสต์ในศิลป์แขนงต่างๆมาช้วยเหลือชาวบ้าน และมีวิชาเสือสมิงหัวขาดรวมอยู่ด้วยเมื่อครั้งที่ท่านได้บังเอิญรู้จักพ่อครูทองสุข

ได้เห็นอานุภาพแห่งยันต์เสือสมิงหัวขาด จึงขอร่ำเรียนจากพ่อทองสุข ก้อนบุญ แห่งบ้านโนนชนะสังคม อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร ท่านก็ให้ร่ำเรียนแต่โดยดีเพราะถูกอุปนิสัยใจคอกันทั้งพระอาจารย์

ความเคารพนับถือเสมือนเป็นพ่อคนหนึ่งจึงได้รับถ่ายทอดวิชาเสือสมิงหัวขาดนับจากวันนั้นท่านพระอาจารย์ก็ใช้วิชาหลากหลายด้านผสมผสานกันหมุ่นจนครบทุกด้าน

วิชาที่ท่านถนัดคือวิชาธรรมบรรลุ ซึ้งท่านได้ใช้อยู่ในปัจจุบัน และในโอกาศดีนี้ท่านได้จัดสร้างเหรียญเสือสมิงหัวขาดขึ้นเพื่อหาปัจจัยจัดซื้อที่ดินเพื่อเอาไว้สร้างโบสถ์ในภายภาคหน้าให้กับวัดป่าชัยนิมต

Phitsanu Yantharo (In Phan) Phra Achan Than was born in Ban Nong Ko, Kranuan District, Khon Kaen Province, was ordained three times for the first time, was ordained as a young novice at Wat Si Sawang, Kranuan District for 2 years.

Second ordination. Ordained as a monk. Khammatthan Department at Tha Khantho District Kalasin Province, study meditation practice with

Luang Pu Rod, Tham Sai Thong Temple 1st ordination of the third ordination at Phen district, Udon Thani province, study the method of Vipassana wisdom with the Provost Sophon Thammakut

Deputy Archbishop Phen and traveled to study the method of Vipassana with many Luang Por The banks of the Mekong River Starting from

Luang Por Bunmak Phuripunho with another Khanajarn And studied and experimented with magic, magic, magic and various subjects, including studying, playing, alchemy

At present, he is 20 years old, the rain is 45 years old, and he has passed a hike to build a forest temple away from the village of Sri Bunruang,

Na Pu Subdistrict, Phen District, Udon Thani Province.

He used the knowledge of the arts in various fields to help the villagers.

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพได้ที่ Google

อาจารย์ป่อง น่วมมานา

พระขุนแผน

หลวงพ่อเกษม

พลตำรวจตรี ขุนพันธรักษ์ราชเดช

พลตำรวจตรี ขุนพันธรักษ์ราชเดช

บุตร พันธรักษ์ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2446 – 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2549

อดีตนายตำรวจชื่อดังของวงการตำรวจไทย ซึ่งมีชื่อเสียงเป็นอันมากในการปราบโจรร้ายในภูมิภาคต่าง ๆ

ในภาคกลางเช่น เสือฝ้าย เสือย่อง เสือผ่อน เสือครึ้ม เสือปลั่ง เสือใบ เสืออ้วน เสือไหว เสือมเหศวร ที่พัทลุง ปราบ เสือสังหรือเสือพุ่ม ที่นราธิวาส ปราบผู้ร้ายทางการเมือง

ในปี พ.ศ. 2481 หัวหน้าโจรชื่อ “อะเวสะดอตาเละ” จนท่านได้ฉายาจากชาวไทยมุสลิมว่า รายอกะจิ แปลว่า “อัศวินพริกขี้หนู”

จากผลงานที่ท่านสามารถปราบโจร เสือร้ายต่าง ๆ ได้มากมาย จึงได้รับฉายา

นายพลตำรวจหนังเหนียวผู้จับเสือมือเปล่า
นายพลตำรวจหนวดเขี้ยว

ขุนพันธ์ฯ ดาบแดง (เชื่อกันว่าเป็นดาบที่ตกทอดมาจาก พระยาพิชัยดาบหัก ฝักดาบมีถุงผ้าสีแดงห่อหุ้ม ตัวดาบมีความคมกล้า)
จอมขมังเวทย์

พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช หรือชื่อเดิมว่า บุตร พันธรักษ์ เกิดเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2446 ที่บ้านอ้ายเขียว หมู่ที่ 5 ตำบลดอนตะโก อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นบุตรของนายอ้วน นางทองจันทร์ พันธรักษ์

เริ่มเข้าเรียนในชั้นประถมปีที่ 1 ที่โรงเรียนวัดสวนป่าน อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช เนื่องจากท่านมีความรู้ในวิชาเลขและหนังสืออยู่แล้วก่อนที่จะเข้าโรงเรียน

เมื่อเข้าเรียนในชั้นประถมปีที่ 1 ได้ 1 วัน ทางโรงเรียนก็เลื่อนชั้นให้เรียนในชั้นประถมปีที่ 2 และวันรุ่งขึ้นก็เลื่อนชั้นให้เรียนชั้นประถมปีที่ 3 เป็นอันว่าท่านเข้าโรงเรียนได้เพียง 3 วัน ได้เลื่อนชั้นถึง 2 ครั้ง

วันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2485 ได้รับพระบรมราชานุญาตให้ใช้ราชทินนามเป็นชื่อสกุล

พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช เป็นคนสุดท้ายของประเทศไทยที่ได้รับพระราชทานทินนาม ซึ่งขุนพันธรักษ์ราชเดชได้ถึงแก่อนิจกรรมด้วยโรคชรา ในวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2549

เวลา 23.27 น. ที่บ้านเลขที่ 764/5 ซอยราชเดช ถนนราชดำเนิน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช

Police Major General Khunphanrakratchadej

Son Phanthrak 18 February 1903 – 5 July 2006

Famous former police officer of the Thai police circles Which is very famous for beating out thieves in different regions

In the central region, such as cotton tigers, sneaky tigers, humpback tigers, hump tigers, plump tigers, chubby tigers, swaying tigers, hevise tigers at Phatthalung subdue the sang sang or the bush tiger at Narathiwat.

In the year 1938, the head of the thief named “Awesada Atale” until he got the nickname from the Thai Muslims that Raekaji means “Chili Knight”

From the works that you can defeat many different bandits, you get the title

A sticky leather police general who took the scouts
Police general

Khun Phan Red Sword (believed to be a sword that has been passed from Phraya Pichai Broken Sword The sheath was wrapped in a red cloth bag. The sword itself is very sharp.)
Sorcerer

Pol.Maj.Gen. Khun Phanrakrachadej Or the original name, Son Phanthrak, was born on February 18, 1903 at Baan Ai Khiao, Village No. 5, Don Tako Sub-district, Tha Sala District, Nakhon Si Thammarat Province. Is the son of Mr. Uan, Mrs. Thongchanpanthrak

Began studying in Grade 1 at Wat Suan Pan School. Mueang Nakhon Si Thammarat District Because you already had knowledge of mathematics and books before entering school.

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพได้ที่ Google

อาจารย์ป่อง น่วมมานา

พระขุนแผน

หลวงพ่อเกษม

หลวงพ่อคูณอุปสมบท

หลวงพ่อคูณอุปสมบท เมื่ออายุได้ 21 ปี ณ พัทธสีมาวัดถนนหักใหญ่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๔๘๗

(หนังสือบางแห่งว่า ปี ๒๔๘๖) ตรงกับวันศุกร์ เดือน 6 ปีวอก โดยพระครูวิจารย์ดีกิจ อดีตเจ้าคณะอำเภอด่านขุนทด

เป็นพระอุปัชฌาย์ พระกรรมวาจาจารย์ คือพระอาจารย์สุข วัดโคกรักษ์ หลวงพ่อคูณได้รับฉายาว่า

ปริสุทโธหลังจากที่หลวงพ่อคูณอุปสมบทเป็นพระภิกษุเรียบร้อยแล้ว ท่านได้ฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อแดง วัดบ้านหนองโพธิ์ ต.สำนักตะคร้อ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา

ภายในจิตวิญญาณของหลวงพ่อคูณท่านเป็นพระที่เป็นพระจริง ๆ คือมีจิตเมตตาเป็นที่ตั้ง แม้ในยามที่วัดบ้านไร่มีปัญหาหรือมีความขัดแย้งเกิดขึ้นระหว่างลูกศิษย์

หลวงพ่อคูณท่านได้ตัดสินใจเดินจากวัดบ้านไร่ไปอย่างเงียบ ๆ พร้อมทั้งปรัญชาที่ว่า “เป็นธรรมดา เปรียบเสมือนต้นไม้หากมีลูกไม้ ย่อมจะเป็นที่จิกกินของสัตว์หรือนกแม้กระทั่งคน หากแม้นเมื่อหมดลูกหมดผล

การบำเพ็ญประโยชน์ต่อสาธารณะ หลวงพ่อคูณได้จัดสร้างโรงพยาบาลถึง 3 หลัง ตลอดจนโรงเรียน และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้

ได้บริจาคเงินทองเพื่อช่วยเหลือสาธารณะสุขต่างๆ ทุกๆวัน แต่ละเดือนเป็นจำนวนหลายแสนบาท

วันนี้แม้ท่านจะไม่อยู่แล้ว แต่คำสอนของท่านยังคงก้องอยู่ในหัวใจของคนไทยตลอดไป

Luang Pho Koon ordained at the age of 21 at Phatthasima Temple, Hak Yai Road, Kut Phiman Sub-district, Dan Khun Thot District, Nakhon Ratchasima Province, on May 5, 2487.

(Some of the books that the year 2486) corresponds to Friday, the month, 6 years of the monkey by the provost of good judgment Former Dean of Dan Khun Thot District

Preceptor Lecturer Is Phra Achan Suk, Khok Rak Temple, Luang Por Koon, has been nicknamed

Prasuttho after Luang Por Koon ordained as a monk already He has entrusted himself as a disciple of Luang Por Daeng. Ban Nong Pho Temple Samnak Takror Sub-district, Dan Khun Thot District, Nakhon Ratchasima Province

Within the spirit of Luang Por Koon, you are a true monk, that is, has a compassionate presence. Even when at Ban Rai Temple there is a problem or a conflict arises between students

Luang Phor Koon decided to walk quietly from Wat Ban Rai, along with his understanding that “normal, like a tree, if there is a lace Inevitably will be the pecking of animals or birds, even people. If even when the ball ends

Public service Luang Phor Koon has built 3 hospitals as well as schools and many others.

Has donated money to help the public every day and month in the amount of several hundred thousand baht

Even though you are not already today But your teachings will always resonate in the hearts of Thai people

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพได้ที่ Google

อาจารย์ป่อง น่วมมานา

พระขุนแผน

หลวงพ่อเกษม

หลวงปู่เผือก

หลวงปู่เผือก หรือ พระครูกรุณาวิหารี เป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสมุทรปราการในยุคกึ่งพุทธกาล พระเครื่องของท่านมีอานุภาพมากมาย มีประสบการณ์ในทางเมตตามหานิยม แคล้วคลาดอันตราย

อธิษฐานได้ตามความปรารถนากล่าวคือท่านสำเร็จผงอิทธิเจ ผงปัถมัง ยันต์นะเมตตา ยันต์ฤๅษี ฯลฯ ได้รับการถ่ายทอดมาจาก หลวงปู่ทอง อายะนะ แห่งวัดราชโยธา ศิษย์ร่วมสำนักเดียวกับท่านได้แก่ หลวงพ่อพัก วัดบึงทองหลาง หลวงปู่ปั้น วัดสะพานสูง (บางซื่อ) และหลวงพ่อผือก วัดลาดพร้าว

ประวัติ หลวงปู่เผือก ปญฺญาธโร ท่านเกิดเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2412 ตรงกับปีที่ 1ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ บ้านคลองสำโรง จังหวัดสมุทรปราการ โยมบิดาชื่อ นายทองสุข มารดาชื่อ นางไข่ บุญสุขทอง มีพี่น้องรวม 8 คน ท่านเป็นบุตรคนที่ 5 เมื่อปี พ.ศ. 2433 อายุครบ 21 ปี

ท่านได้อุปสมบทตามประเพณี ณ วัดกิ่งแก้วโดยมีหลวงปู่ทอง อายะนะ (อดีตเจ้าอาวาสวัดลาดบัวขาว) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์อิ่ม อินทสโร วัดกิ่งแก้ว เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และมีฉายาว่า ปญฺญาธโร เมื่ออุปสมบทแล้วจำพรรษาที่วัดกิ่งแก้วโดยตลอด โดยได้ศึกษาภาษาไทยเพิ่มเติมจนแตกฉาน

จึงเริ่มศึกษาพระธรรมวินัย อักขระขอม และฝึกการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานโดยมีพระอาจารย์อิ่ม เป็นผู้สั่งสอนอบรม

หลวงปู่เผือกเป็นเจ้าอาวาส เมื่อปี พ.ศ. 2442 พระอาจารย์อิ่ม อินทสโร ได้มรณภาพลง ที่ประชุมสงฆ์และชาวบ้านเห็นพ้องต้องกันที่จะให้ท่านเป็นเจ้าอาวาสสืบต่อมา ขณะนั้นท่านมีอายุได้ 30 ปี

เมื่อท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดกิ่งแก้วแล้ว ท่านจึงได้เริ่มทำการพัฒนาอาคารสิ่งก่อสร้างต่างๆ ภายในวัดกิ่งแก้วครั้งใหญ่ด้วยความร่วมมือและพร้อมใจจากคณะสงฆ์และลูกศิษย์

เมื่อปี พ.ศ. 2496 ท่านเริ่มอาพาธตลอดมา และ ถึงแก่มรณภาพเมื่อวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2501 ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สิริอายุได้ 88 ปี 67 พรรษา รวมระยะเวลาในการครองวัดได้นานถึง 59 ปี

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพได้ที่ Google

อาจารย์ป่อง น่วมมานา

พระขุนแผน

หลวงพ่อเกษม

หลวงพ่อสุด วัดกาหลง

หลวงพ่อสุด วัดกาหลง พระเกจิดัง จอมโจรที่ตี๋ใหญ่ศรัทธา หลวงปู่สุด วัดกาหลง ต.กาหลง อ.เมือง จ.สมุทรสาคร หรือ หลวงพ่อสุด พระครูสมุทรธรรมสุนทร

ท่านเป็นอาจารย์ของ ตี๋ใหญ่ จอมโจรในอดีต ท่านเป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดกาหลง จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

ที่เป็นที่นับถือของชาวสมุทรสาคร แล้วท่านก็ยังเป็นเข้าของยันต์ตะกร้อที่ทำให้อยู่ยงกระพันชาตรี

หลวงพ่อสุด วัดกาหลง เกิดในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมือ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2445 ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณรตอนเมื่ออายุ 16 ปี

มีพระครูเม้าเป็นพระอุปัชฌาย์ ต่อมาท่านได้เป็น เจ้าอาวาสวัดกาหลง และได้รับสมณศักดิ์ เป็นพระครูสมุทรธรรมสุนทร

ท่านเป็นผู้ที่แก่กล้าทั้งทางด้านคาถา อาคมและทางด้านธรรมปฏิบัติ จวบจนท่านมรณภาพเมื่ออายุ14สิงหาคม พ.ศ.2526 สิริรวมอายุได้ 81ปี

Reverend Father Sud, Kalong Temple, Reverend Monk, Thief of the Great Tee, Reverend Grandfather Sud, Kalong Temple, Muang District, Samut Sakhon Province or Reverend Father Kru Samut Thamsoonthorn

He is the teacher of Tee Yai, the thief. In the past, he was a former Abbot of Kalong Temple in Samut Sakhon, a famous monk of Rattanakosin.

Reverend Father Sud, Kalong Temple, was born in the reign of King Chulalongkorn on 7 May 1902. He was ordained as a novice at the age of 16 years.

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพได้ที่ Google

อาจารย์ป่อง น่วมมานา

พระขุนแผน

หลวงพ่อเกษม

พ่อพัฒน์ โต๊ะทอง

พ่อพัฒน์ โต๊ะทอง เกิดเมื่อวันอังคารที่ ๑๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๙๐ ปีกุน เป็นบุตรคุณปู่เปรื่อง

คุณย่าทองอยู่ โต๊ะทอง ณ อำเภอบางซ้าย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีพี่น้องร่วมท้องเดี่ยวกัน ๙ คน พ่อพัฒน์เป็นบุตรคนที่ ๙ เป็นคนสุดท้อง ซึ่งอยู่ในครอบครัวหมอยาแผนโบราณ

เมื่ออายุได้เข้าเกณฑ์ ๗ ปี ได้เข้ารับการศึกษา จนจบชั้นประถม ปีที่ ๔ หลังจากได้จบการศึกษาแล้วนั้นท่านมีความสนใจ ในการรักษาต่างๆ ของปู่เปรื่องเป็นอย่างมาก เลยได้ทำการขอ ปู่เปรื่องร่ำเรียนในขณะนั้นพ่อพัฒน์

ได้มีอายุ ๑๑ ปี ปู่เปรื่องท่านยังไม่ได้สอนให้ เนื่องจากอายุยังน้อย และจะลองดูว่าพ่อพัฒน์จะสนใจจริงๆหรือไม่ แต่ได้พาพ่อพัฒน์ ไปบวชสามเณร ที่จังหวัดสุพรรณบุรี

อยู่ในเขตใกล้บ้านท่าน จวบจนเวลาผ่านมาอีก ๒ ปี พ่อพัฒน์ ได้สิกขาลาเพศจากสามเณร ก็ยังมีความสนในที่จะขอเรียนตำรายาจากปู่เปรื่องอีก

ปู่เปรื่องท่านจึงตัดสินใจให้ พ่อพัฒน์ รับสืบทอดให้เป็นหมอยา ตั้งแต่อายุ ๑๓ ปี พ่อพัฒน์ท่านมีความขยันหมั่นเพียร ที่จะจดจำ ตำรับตำรา และวิธีการต่างๆ ในการรักษา ถึงจะเป็นเกล็ดเล็กน้อย ท่านก็จะถามปู่เปรื่องตลอด จนชำนิชำนาน ในการรักษา เป็นอย่างดี

จวบจนอายุครบ ๒๑ ปี ได้เข้ารับการเกณฑ์ทหารเพื่อรับใช้ชาติ อยู่ในสกัด ทหารม้ารักษาพระองค์ ในปีที่ ๒ พ่อพัฒน์ได้รับให้เป็นครูฝึกทหารใหม่ จนปลดประจำการ หลังจากปลดประจำการมาแล้ว พ่อพัฒน์ได้เดินทางมาหางานทำในเขต จังหวัดสมุทรปราการ เป็นระยะเวลา ๘ ปี

ด้วยอุปนิสัยเป็นคนอารมร้อน เกกมะเหรก เกเร ส่ำมะเลเทเมา ตีลั่นฟันแทงไปทั่ว ค่ำไหนนอนนั้น ตามฟุตบาทข้างทางก็นอน เลยทำให้ท่านมีเพื่อนฝูง เป็นจำนวนมาก ใครจะมาละร่านท่านและเพื่อนๆไม่ได้ เพราะเป็นคนรักเพื่อนมาก จนมาวันหนึ่งมีคู่อริมาหาเรื่องท่านและเพื่อน

ช่วงที่กำลังชุลมุนอยู่นั้นท่านเหลือบไปเห็นว่าเพื่อนกำลังจะโดนฟัน ท่านจึงเอาตัวเข้าไปขวาง แล้วเอามือซ้ายขึ้นรับมีดแทนเพื่อน จึงเป็นเหตุให้เส้นเอ็นข้อมือข้างซ้ายขาด จนทำให้ใช้งานไม่ได้

หลังจากรักษาตัวหาย ท่านคิดที่จะเลิกกินเหล้า เลิกเกเร ท่านคิดอยากจะบวชเพื่อทดแทนคุณบิดามารดา เลยได้ตัดสินใจบวช ในปี พ.ศ. ๒๕๒๕ ที่วัดไตรสามัคคี ตำบลบางเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ

ได้รับฉายา รกฺขิตสีโร แปลว่า ผู้มีบารมีธรรม เมื่อพระภิกษุพัฒน์ ได้เข้าร่มกาสาวพัสตร์ ท่านเป็นผู้ว่าง่าย สอนง่าย ต่อพระอุปัชฌาย์ ครูอาจารย์ ในการศึกษาพระธรรม และการศึกษาปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน จนมีสมาธิสงบเยือกเย็น ลำดับหนึ่ง

พอถึงพรรษาที่ ๒ พระอาจารย์พัฒน์ได้คิดถึงสมัยที่โดนฟันที่ข้อมือซ้าย ทำให้เส้นเอ็นขาด เลยคิดว่าถ้าท่านมีวิชาคงจะป้องกันตัวเองได้

อยากเรียนวิชาในสายคงกะพันอย่างจริงจัง พอถึงเวลาหัวค่ำปกติที่ท่านต้องสวดมนต์ทำวัตรเย็น และนั่งสมาธิเป็นประจำทุกวันนั้น ท่านจึง ตั้งจิตอธิฐานต่อองค์พระพุทธ

พระธรรม พระสงฆ์ ขอให้เจอครูบาอาจารย์ผู้เรืองเวทย์เรืองอาคม ท่านจะไปขอร่ำเรียนวิชา หลังจากนั้นไม่กี่วันก็ได้เจอ โยมน้อม เข้ามาทำบุญที่วัดไตรสามัคคี

พระอาจารย์พัฒน์ สักครู่หนึ่ง แต่ก็ยังไม่ได้รับเป็นศิษย์ พระอาจารย์พัฒน์ก็ยังไม่ได้เดินทางกลับวัด

ด้วยมีความตั้งใจอยากจะเรียนให้ได้ ก็เลยได้อาศัยชานพักหน้าบ้านปู่บุญ จำวัดเป็นเวลา 5 วัน ในเวลา 5 วันนั้นปู่บุญก็ทำอาหารถวายทุกวัน

ส่วนพระอาจารย์พัฒน์นั้นก็สวดมนต์ไหวพระนั่งสมาธิ เดินจงกรม ตลอดมิได้ลบเล้า ให้ปู่บุญลำคานใจแต่ประการใดเลย จนปู่บุญ เห็นความตั้งใจจริงของพระอาจารย์พัฒน์

เป็นผู้มีความวิริยะอุตสาหะ อดทน ถ้าสอนแล้ว น่าจะเป็นคุณประโยชน์สืบต่อไปเป็นแน่ในวันที่ 6 พูดคุยกับพระอาจารย์พัฒน์และโยมน้อม

ตั้งแต่นั้นมาพระอาจารย์พัฒน์ และ โยมน้อม ก็ได้ศึกษาสรรพวิชาต่างๆมาจากปูบุญ ด้วยที่พระอาจารย์พัฒน์เป็นคนขยันมั่นเพียร

Father Phat Toongthong was born on Tuesday, June 10, 1909, Year Kun is the son of Grandfather Prueng.

Grandma Yoo To Thong, in Bang Sai District, Phra Nakhon Si Ayutthaya Province Have 9 siblings. Father Phat is the ninth child, the youngest Which is in the family of Traditional Medicine

When he was 7 years old, he received education. Until the end of grade 4, after graduation, he is interested In various treatments Of great grandfather Therefore requested Grandfather Prueng studied at that time, Phat.

Was 11 years old. Grandfather Prueng, he has not taught Due to being young And will try to see if Father Phat is really interested or not But brought Phat Phat to ordain a novice in Suphan Buri Province

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพได้ที่ Google

อาจารย์ป่อง น่วมมานา

พระขุนแผน

หลวงพ่อเกษม

หลวงพ่อชาญ วัดบางบ่อ

หลวงพ่อชาญ วัดบางบ่อ

ประวัติ หลวงพ่อชาญ วัดบางบ่อ พระครูวิจารณ์ธรรมคุณ เจ้าอาวาสวัดบางบ่อ ตำบลบางบ่อ อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการเดิมชื่อ ชาญ รอดทอง เกิดวันที่ 3 เมษายน พ.ศ.2457 ที่ตำบลเกาะไร่ อำเภอบางโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา เรียนจบชั้น ป.5 จากโรงเรียนอภัยพิทยาคาร ( วัดแก้วพิจิตร) จังหวัดปราจีนบุรี กลับมาเพื่อช่วยบิดาทำนาข้าวจนถึงอายุอุปสมบท ออกบวชที่วัดคลองสวนตำบลเกาะไร่อำเภอบ้านโพธิ์บ้านเกิดและไปที่วัดในวัดนิยาตราชอำเภอบางบ่อจังหวัดสมุทรปราการ

ต่อมาได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดบางบ่อในปี 2510 และได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อุปถัมภ์ในปี2511 และกลายเป็นอธิการอำเภอในปี 2513 ถึง 2541 ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษา คณบดีอำเภอบางบ่องานที่ดำเนินการมาตั้งแต่กลายเป็นเจ้าอาวาสวัดบางบ่อจนถึงปี 2548 ปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นพระอุปัชฌาย์ในฐานะพระภิกษุสามเณรนับภาพมากกว่า 5,000 ภาพเพราะคุณเป็นผู้มีคุณธรรมและการปฏิบัติที่ดี ดำเนินการให้สอดคล้องกับระเบียบวินัยความมีอัธยาศัยดี

เป็นที่เคารพและซื่อสัตย์ต่อประชาชนทั่วไปสามารถมองเห็นได้จากการบวชในวัดต่าง ๆ ถึงแม้ว่าวัดนั้นจะมีพระอุปัชฌาย์แล้วก็ตาม แต่คนที่เชื่อในพระองค์ยังคงเชื้อเชิญให้คุณเป็นผู้อุปถัมภ์ นอกจากนี้กิจกรรมทางศาสนาอื่น ๆ ก็เสร็จสมบูรณ์เช่นการพัฒนาวัด ให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่ต้องการรับเชิญโดยไม่ปฏิเสธหากมีเวลา ปี2548

คำวิจารณ์ของพระครูธรรมกายคุณครูอายุ 91 ปีและ 72 ปีเป็นอาจารย์พิเศษ ขณะนี้คุณอายุมากขึ้น (3 เมษายน 2556) 99 ปี 80 ปีได้รับพระราชทาน ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระสังฆราชในนามของพระคุณเจ้าขุนคุณพระมงคลวรากรณ์เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2551 โดยมีอาวุโสที่สุด ยังคงมีสุขภาพที่ดีและฝึกหัดตามปกติเป็นที่เคารพนับถือของนักเรียนทั้งในอำเภอบางบ่อและบริเวณใกล้เคียง

หลวงพ่อชาญ วัดบางบ่อ

Reverend Father Chan, Bang Bo Temple

History of Luang Pho Phra Kru Criticism Dharmakhun, Abbot of Bang Bo Temple, Bang Bo Subdistrict, Bang Bo District, Samut Prakan Province, formerly known as Charn Rodtong, born 3 April 1914 in Ko Rai Subdistrict Bang Pho District Chachoengsao,

graduated from grade 5 from Aphai Phitayakhan School (Wat Kaew Phichit) in Prachin Buri province, returning to help his father rice fields until ordination. Ordained at Khlong Suan Temple, Ko Rai Subdistrict, Ban Pho District, Hometown and to Wat Nai Niyarat Temple, Bang Bo District, Samut Prakan Province

Later, was appointed the abbot of Wat Bang Bo in 1967 and was appointed a patron in 1968. And became district bishop in the years 1970 to 1998. Currently, is a consultant Dean of Bang Bo District, the work that has been carried out since becoming the Abbot of

Bang Bo Temple until 2005. Currently, most of them are preceptors as monks and novices. More than 5,000 images are counted because you are morals and good practices. Carry out in accordance with the discipline, good-natured

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google

 พระอาจารย์สาคร ธัมวุธโธ

หลวงพ่อสมหวัง

หลวงปู่พวง