หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม

หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม ธุดงค์ไปตามป่าเขา ลำเนาไพร และที่ต่างๆ เพื่อแสวงหาความรู้ และประสบการณ์ทั้งทาง สมถกรรมฐาน และวิปัสสนากรรมฐาน และได้ฝากตัวเป็นศิษย์ศึกษาวิชากับพระอาจารย์หลายท่าน

ศึกษาคชศาสตร์กับพระครูนิวาสธรรมขันธ์ (เดิม พุทฺธสโร) ตำบลหนองโพ อำเภอพยุหคีรี (ในขณะนั้น) ปัจจุบันอยู่ในอำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์

หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโมเรียนกับพระสุทธิธรรมรังสีคัมภีรเมธาจารย์ (ลี ธมมฺธโร) และพระอริยคุณาธาร (เส็ง ปุสฺโส) จังหวัดขอนแก่น
และได้ศึกษาการทำเครื่องรางของขลัง น้ำมันมนต์ กับหลวงพ่อจง พุทฺธสโร วัดหน้าต่าง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

และหลวงพ่อสนั่น วัดเสาธงทอง จังหวัดอ่างทอง และหลวงพ่อจาด วัดบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี นอกจากนี้ได้ศึกษา สมถกรรมฐาน กับพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ที่วัดปากน้ำ ภาษาเจริญ อำเภอภาษีเจริญ จังหวัดธนบุรี

Reverend Father Charan Thitthammo has been hiking along the Lam Na Phrai mountain forest and other places to seek knowledge. And experience in both meditation and introspection And has entrusted himself as a disciple of study with many monks มาเก๊า888

Studied science with Phra Kru Niwat Thammakhan (formerly Putthasaro), Nong Pho Sub-district, Phayuhakhiri District (at that time), currently in Takhli District Nakhon Sawan Province

Reverend Father Charan Thitthammorian with Phra Sutthithamrangsiphuranamethacharn (Leithamtharo) and Phra Ariyakunathan (Sengpusso), Khon Kaen Province
And studied the making of amulets, magical oil with Luang Por Jong Putthasaro, Wat Waen, Phra Nakhon Si Ayutthaya Province

And Reverend Father Sanan, Sao Thong Thong Temple, Ang Thong Province And Luang Pho Chad, Ban Sang Temple, Prachinburi Province In addition, he studied the meditation with Phra Mongkhonthep Muni (Sodchantsaro) at Pak Nam Phlicharoen Temple, Phasi Charoen District. Thonburi

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพได้ที่ Google

หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม

อาจารย์เที่ยง น่วมมานา

สมเด็จพระพุฒาจารย์

สมเด็จพระพุฒาจารย์ หรือนามที่นิยมเรียก “สมเด็จโต” “หลวงปู่โต” หรือ “สมเด็จวัดระฆัง” เป็นพระภิกษุมหานิกาย เป็นพระมหาเถระรูปสำคัญที่ได้รับความนิยมนับถืออย่างมากในประเทศไทย ท่านเคยดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหารในสมัยรัชกาลที่ 4-5

นับเป็นพระเกจิเถราจารย์ผู้มีปฏิปทาจริยาวัตรน่าเลื่อมใส เป็นที่เคารพนับถือทั่วไปมาตั้งแต่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ตั้งแต่พระมหากษัตริย์จนถึงสามัญชน และนอกจากจริยาวัตรด้านความสมถะอันโดดเด่นของท่านแล้ว ท่านยังทรงคุณทางด้านวิชาคาถาอาคม เมตตามหานิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัตถุมงคล

พระสมเด็จ ที่ท่านได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นพุทธบูชา ได้ถูกจัดเข้าในพระเครื่องเบญจภาคี่ หรือสุดยอดของพระเครื่องวัตถุมงคล 1 ใน 5 ของประเทศไทย มีราคาซื้อขายในปัจจุบันต่อองค์เป็นราคานับล้านบาท[3] ด้วยปฏิปทาจริยาวัตรและคุณวิเศษอัศจรรย์ของท่าน ทำให้พุทธศาสนิกชนชาวไทยเคารพนับถือว่าท่านเป็นอมตะเถราจารย์รูปหนึ่งของเมืองไทย และมีผู้นับถือจำนวนมากในปัจจุบัน

สมเด็จพระพุฒาจารย์ เกิดในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (หลังสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ได้แล้ว 7 ปี เมื่อวันพฤหัสบดี เดือน 5 ขึ้น 12 ค่ำ ปีวอก จุลศักราช 1150 เวลาพระบิณฑบาต (ตรงกับวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2331) ณ บ้านไก่จ้น (บ้านท่าหลวง) อำเภอท่าเรือ

มารดาบิดาของท่านเป็นใครไม่ทราบแน่ชัด มีผู้กล่าวประวัติของท่านในส่วนนี้แตกต่างกันไปหลายฉบับ เช่น ฉบับของพระยาทิพโกษา กล่าวว่า มารดาของท่านชื่อนางงุด บุตรของนายผลกับนางลา ชาวนาเมืองกำแพงเพชร

ฉบับของพระครูกัลยาณานุกูล (เฮง อิฏฐาจาโร) กล่าวว่า มารดาของท่านชื่อเกตุ คนท่าอิฐ อำเภอบางโพ

Somdet Phra Phutthachan

He is also virtuous in the subject of great mercy spells, especially sacred objects.

Phra Somdej that you have created as a Buddha worship Has been arranged in the Benjapa amulet, odd Or the best of the sacred object amulets, 1 in 5 in Thailand, the current price per body is millions of baht

Somdej Phra Phutthachan Born in the reign of King Phra Phutthayodfa Chulalok the Great (After building the Rattanakosin City for 7 years, on Thursday, the 5th month

Who is your father’s mother? His history has been mentioned in many different versions. For example, the version of Phraya Tipkosa said that his mother’s name was Nang Ngud. Son of Phol and Nang La Farmer of Kamphaeng Phet

The issue of Phra Kru Kalyananukul (Heng I Thathajaro) said that his mother’s name was Ket, Tha It, Bang Pho District. มาเก๊า888

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพได้ที่ Google

อาจารย์ประจวบ คงเหลือ

พ่อเที่ยง น่วมมานา

สมเด็จพระพุฒาจารย์

พิษณุ ญาณธโร

พิษณุ ญาณธโร (อ.อินทร์ปัน) พระอาจารย์ท่านเกิดที่บ้านหนองโก อ.กระนวน จ.ขอนแก่น บวชสามครั้งครั้งแรกบวชเป็นสามเณรน้อยที่วัดศรีสว่างอ.กระนวน อยู่2ปี

บวชครั้งที่สองบวชเป็นพระ ฝ่ายกัมมัฏฐานที่อ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์ศึกษาแนวทางสมาธิกับหลวงปู่รอดวัดถ่ำทรายทอง 1พรรษาบวชครั้งที่สามที่ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ศึกษาแนวทางแห่งวิปัสสนาญาณกับพระครูโสภณธรรมคุต

รองเจ้าคณะ อ.เพ็ญ และได้เที่ยวศึกษาแนวทางแห่งวิปัสสนาญาณกับหลายหลวงพ่อ แถบริมฝั่งแม่น้ำโขง เริ่มตั้งแต่หลวงพ่อบุญมาก ภูริปัญโญ กับอีกกลายคนาจารย์ และได้ศึกษาทดลองเกี่ยวกับเรื่องมนต์คาถาไสย์ศาสต์วิชาต่างๆทั้งศึกษาเล่นเเร่แปรธาตุ

มนต์ขักขระยันต์ต่างๆทุกศาสต์ปัจจุบันท่านมีอายุกาลพรรษา20ฝนอายุย่างเข้า45ปีและท่านได้อยุดธุดงค์ปักกดสร้างวัดป่าขึ้นห่างจากหมู่บ้านศรีบุญเรือง ต.นาพู่ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี

ท่านได้ใช้วิชาความรู้ในศราสต์ในศิลป์แขนงต่างๆมาช้วยเหลือชาวบ้าน และมีวิชาเสือสมิงหัวขาดรวมอยู่ด้วยเมื่อครั้งที่ท่านได้บังเอิญรู้จักพ่อครูทองสุข

ได้เห็นอานุภาพแห่งยันต์เสือสมิงหัวขาด จึงขอร่ำเรียนจากพ่อทองสุข ก้อนบุญ แห่งบ้านโนนชนะสังคม อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร ท่านก็ให้ร่ำเรียนแต่โดยดีเพราะถูกอุปนิสัยใจคอกันทั้งพระอาจารย์

ความเคารพนับถือเสมือนเป็นพ่อคนหนึ่งจึงได้รับถ่ายทอดวิชาเสือสมิงหัวขาดนับจากวันนั้นท่านพระอาจารย์ก็ใช้วิชาหลากหลายด้านผสมผสานกันหมุ่นจนครบทุกด้าน

วิชาที่ท่านถนัดคือวิชาธรรมบรรลุ ซึ้งท่านได้ใช้อยู่ในปัจจุบัน และในโอกาศดีนี้ท่านได้จัดสร้างเหรียญเสือสมิงหัวขาดขึ้นเพื่อหาปัจจัยจัดซื้อที่ดินเพื่อเอาไว้สร้างโบสถ์ในภายภาคหน้าให้กับวัดป่าชัยนิมต

Phitsanu Yantharo (In Phan) Phra Achan Than was born in Ban Nong Ko, Kranuan District, Khon Kaen Province, was ordained three times for the first time, was ordained as a young novice at Wat Si Sawang, Kranuan District for 2 years.

Second ordination. Ordained as a monk. Khammatthan Department at Tha Khantho District Kalasin Province, study meditation practice with

Luang Pu Rod, Tham Sai Thong Temple 1st ordination of the third ordination at Phen district, Udon Thani province, study the method of Vipassana wisdom with the Provost Sophon Thammakut

Deputy Archbishop Phen and traveled to study the method of Vipassana with many Luang Por The banks of the Mekong River Starting from

Luang Por Bunmak Phuripunho with another Khanajarn And studied and experimented with magic, magic, magic and various subjects, including studying, playing, alchemy

At present, he is 20 years old, the rain is 45 years old, and he has passed a hike to build a forest temple away from the village of Sri Bunruang,

Na Pu Subdistrict, Phen District, Udon Thani Province.

He used the knowledge of the arts in various fields to help the villagers.

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพได้ที่ Google

อาจารย์ป่อง น่วมมานา

พระขุนแผน

หลวงพ่อเกษม

หลวงพ่อปั้น วัดพิกุล

หลวงพ่อปั้น วัดพิกุล (โสคัณธ์) จังหวัดอยุธยา ท่านเป็นพระเถระยุคเก่าที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นเพชรเม็ดเอกแห่งพระคณาจารย์เมืองคนดีศรีอยุธยาที่ควรได้รับการยกย่องและสดุดี

หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค, หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก และอีกหลายพระคณาจารย์ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเมืองอยุธยา ก็ยังเป็นศิษย์หลวงพ่อปั้น วัดพิกุล

หลวงพ่อดับไฟป่า หลวงพ่อปั้นสร้างวัดเนินกุ่ม เพราะ กตัญญูต่อพุทธศาสนา ครั้งหนึ่งเมื่อหลวงพ่อปั้นธุดงค์ มาองค์เดียว ปักกลดในป่าแห่งหนึ่งมีชื่อว่า ป่าดงหมี ( เข้าใจว่าคงจะไม่ไกลจากหมู่บ้านเนินกุ่มมากนัก )

ปรากฏการณ์มหัศจรรย์ก็บังเกิดขึ้น ไฟป่ารอบ ๆ กลดดับหมด เมื่อท่านรอดชีวิตจากไฟป่าครั้งนั้น ต่อมาได้พบชาวบ้านเนินกุ่ม ครั้นสอบถามจึงรู้ว่าบ้านเนินกุ่มเป็นหมู่บ้านที่ใกล้จากเหตุการณ์ไฟไหม้ป่ามากที่สุดฝ่าย ชาวบ้านเนินกุ่มเมื่อพบหลวงพ่อก็เกิดศรัทธา

หลวงพ่อบังตาได้ ครั้งหนึ่งในอดีต เมื่อประมาณ ๗๐ ปีมาแล้ว ปีนั้นเกิดอุทกภัย น้ำท่วมไร่นาเสียหายเป็นจำนวนมาก น้ำป่าท่วมมีสีแดง ชาวบ้านเนินกุ่มเรียกปีนั้นว่าปีน้ำแดง บรรดาสัตว์ป่าจะละทิ้งป่าไปอยู่ตาม

ที่ดอนเพื่อเอาชีวิตรอด อาชีพใหม่ของชาวบ้านคือล่าเนื้อสัตว์เป็นอาหารและขายแทบจะทุกวัน หลวงพ่อปั้นท่านมีความเมตตาจึงพาพระลูกวัดขึ้นไปทางเหนือบ้านเนินกุ่ม แล้วท่านก็หยุดกลางทุ่งนา หันหน้าไปทางทิศตะวันออกยืนยกมือ

ฝ่ายชาวบ้านที่นิยมล่าสัตว์เป็นอาหาร ไม่ได้ฉงนใจ จึงออกล่าสัตว์ตามปกติก็ไม่พบสัตว์จึงนึก แปลกประหลาดใจว่า สัตว์จำนวนมากไม่รู้หายไหนหมด จึงต้องเลิกล่าสัตว์ทิศนั้นเปลี่ยนทิศไปทางอื่นจึงได้สัตว์

ฝ่ายหลวงพ่อปั้นท่านรู้เหตุ ท่านจึงออกช่วยสัตว์ในลักษณะเดิม ชาวบ้านจึงรู้ว่าหลวงพ่อปั้น ท่านศักดิ์สิทธิ์บังตาได้ จึงโจษขานเลื่องลือไปทั่วถึงความเมตตาของหลวงพ่อ

Reverend Father Pan, Wat Phikul (Sokan), Ayutthaya Province He is an old Thera who is regarded as the master jewel of the city faculty of the good people, Sri Ayudhya, who should be praised and praised.

Luang Pho Pan, Bang Nom Kho Temple, Luang Por Chong, outside window temple And many other monks Famous in the city of Ayutthaya. Was also a student of Luang Pho Pan, Wat Phikul

Reverend Father Fight Fire Luang Pho Pan built Wat Noen Kum because of his gratitude to Buddhism. One time, when Luang Pho Pan Thuong came alone in a forest called Pa Dong Mi (I understand that it might not be too far from Noen Kum village).

A wonderful phenomenon happened, the surrounding wildfire was completely extinguished when he survived the fire. Later met villagers Noen Kum After inquiring, he realized that Ban Noen Kum was the village closest to the forest fires. Noen Kum villagers, when they met Luang Por, became faithful.

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพได้ที่ Google

อาจารย์ป่อง น่วมมานา

พระขุนแผน

หลวงพ่อเกษม

พลตำรวจตรี ขุนพันธรักษ์ราชเดช

พลตำรวจตรี ขุนพันธรักษ์ราชเดช

บุตร พันธรักษ์ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2446 – 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2549

อดีตนายตำรวจชื่อดังของวงการตำรวจไทย ซึ่งมีชื่อเสียงเป็นอันมากในการปราบโจรร้ายในภูมิภาคต่าง ๆ

ในภาคกลางเช่น เสือฝ้าย เสือย่อง เสือผ่อน เสือครึ้ม เสือปลั่ง เสือใบ เสืออ้วน เสือไหว เสือมเหศวร ที่พัทลุง ปราบ เสือสังหรือเสือพุ่ม ที่นราธิวาส ปราบผู้ร้ายทางการเมือง

ในปี พ.ศ. 2481 หัวหน้าโจรชื่อ “อะเวสะดอตาเละ” จนท่านได้ฉายาจากชาวไทยมุสลิมว่า รายอกะจิ แปลว่า “อัศวินพริกขี้หนู”

จากผลงานที่ท่านสามารถปราบโจร เสือร้ายต่าง ๆ ได้มากมาย จึงได้รับฉายา

นายพลตำรวจหนังเหนียวผู้จับเสือมือเปล่า
นายพลตำรวจหนวดเขี้ยว

ขุนพันธ์ฯ ดาบแดง (เชื่อกันว่าเป็นดาบที่ตกทอดมาจาก พระยาพิชัยดาบหัก ฝักดาบมีถุงผ้าสีแดงห่อหุ้ม ตัวดาบมีความคมกล้า)
จอมขมังเวทย์

พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช หรือชื่อเดิมว่า บุตร พันธรักษ์ เกิดเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2446 ที่บ้านอ้ายเขียว หมู่ที่ 5 ตำบลดอนตะโก อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นบุตรของนายอ้วน นางทองจันทร์ พันธรักษ์

เริ่มเข้าเรียนในชั้นประถมปีที่ 1 ที่โรงเรียนวัดสวนป่าน อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช เนื่องจากท่านมีความรู้ในวิชาเลขและหนังสืออยู่แล้วก่อนที่จะเข้าโรงเรียน

เมื่อเข้าเรียนในชั้นประถมปีที่ 1 ได้ 1 วัน ทางโรงเรียนก็เลื่อนชั้นให้เรียนในชั้นประถมปีที่ 2 และวันรุ่งขึ้นก็เลื่อนชั้นให้เรียนชั้นประถมปีที่ 3 เป็นอันว่าท่านเข้าโรงเรียนได้เพียง 3 วัน ได้เลื่อนชั้นถึง 2 ครั้ง

วันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2485 ได้รับพระบรมราชานุญาตให้ใช้ราชทินนามเป็นชื่อสกุล

พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช เป็นคนสุดท้ายของประเทศไทยที่ได้รับพระราชทานทินนาม ซึ่งขุนพันธรักษ์ราชเดชได้ถึงแก่อนิจกรรมด้วยโรคชรา ในวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2549

เวลา 23.27 น. ที่บ้านเลขที่ 764/5 ซอยราชเดช ถนนราชดำเนิน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช

Police Major General Khunphanrakratchadej

Son Phanthrak 18 February 1903 – 5 July 2006

Famous former police officer of the Thai police circles Which is very famous for beating out thieves in different regions

In the central region, such as cotton tigers, sneaky tigers, humpback tigers, hump tigers, plump tigers, chubby tigers, swaying tigers, hevise tigers at Phatthalung subdue the sang sang or the bush tiger at Narathiwat.

In the year 1938, the head of the thief named “Awesada Atale” until he got the nickname from the Thai Muslims that Raekaji means “Chili Knight”

From the works that you can defeat many different bandits, you get the title

A sticky leather police general who took the scouts
Police general

Khun Phan Red Sword (believed to be a sword that has been passed from Phraya Pichai Broken Sword The sheath was wrapped in a red cloth bag. The sword itself is very sharp.)
Sorcerer

Pol.Maj.Gen. Khun Phanrakrachadej Or the original name, Son Phanthrak, was born on February 18, 1903 at Baan Ai Khiao, Village No. 5, Don Tako Sub-district, Tha Sala District, Nakhon Si Thammarat Province. Is the son of Mr. Uan, Mrs. Thongchanpanthrak

Began studying in Grade 1 at Wat Suan Pan School. Mueang Nakhon Si Thammarat District Because you already had knowledge of mathematics and books before entering school.

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพได้ที่ Google

อาจารย์ป่อง น่วมมานา

พระขุนแผน

หลวงพ่อเกษม

หลวงพ่อคูณอุปสมบท

หลวงพ่อคูณอุปสมบท เมื่ออายุได้ 21 ปี ณ พัทธสีมาวัดถนนหักใหญ่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๔๘๗

(หนังสือบางแห่งว่า ปี ๒๔๘๖) ตรงกับวันศุกร์ เดือน 6 ปีวอก โดยพระครูวิจารย์ดีกิจ อดีตเจ้าคณะอำเภอด่านขุนทด

เป็นพระอุปัชฌาย์ พระกรรมวาจาจารย์ คือพระอาจารย์สุข วัดโคกรักษ์ หลวงพ่อคูณได้รับฉายาว่า

ปริสุทโธหลังจากที่หลวงพ่อคูณอุปสมบทเป็นพระภิกษุเรียบร้อยแล้ว ท่านได้ฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อแดง วัดบ้านหนองโพธิ์ ต.สำนักตะคร้อ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา

ภายในจิตวิญญาณของหลวงพ่อคูณท่านเป็นพระที่เป็นพระจริง ๆ คือมีจิตเมตตาเป็นที่ตั้ง แม้ในยามที่วัดบ้านไร่มีปัญหาหรือมีความขัดแย้งเกิดขึ้นระหว่างลูกศิษย์

หลวงพ่อคูณท่านได้ตัดสินใจเดินจากวัดบ้านไร่ไปอย่างเงียบ ๆ พร้อมทั้งปรัญชาที่ว่า “เป็นธรรมดา เปรียบเสมือนต้นไม้หากมีลูกไม้ ย่อมจะเป็นที่จิกกินของสัตว์หรือนกแม้กระทั่งคน หากแม้นเมื่อหมดลูกหมดผล

การบำเพ็ญประโยชน์ต่อสาธารณะ หลวงพ่อคูณได้จัดสร้างโรงพยาบาลถึง 3 หลัง ตลอดจนโรงเรียน และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้

ได้บริจาคเงินทองเพื่อช่วยเหลือสาธารณะสุขต่างๆ ทุกๆวัน แต่ละเดือนเป็นจำนวนหลายแสนบาท

วันนี้แม้ท่านจะไม่อยู่แล้ว แต่คำสอนของท่านยังคงก้องอยู่ในหัวใจของคนไทยตลอดไป

Luang Pho Koon ordained at the age of 21 at Phatthasima Temple, Hak Yai Road, Kut Phiman Sub-district, Dan Khun Thot District, Nakhon Ratchasima Province, on May 5, 2487.

(Some of the books that the year 2486) corresponds to Friday, the month, 6 years of the monkey by the provost of good judgment Former Dean of Dan Khun Thot District

Preceptor Lecturer Is Phra Achan Suk, Khok Rak Temple, Luang Por Koon, has been nicknamed

Prasuttho after Luang Por Koon ordained as a monk already He has entrusted himself as a disciple of Luang Por Daeng. Ban Nong Pho Temple Samnak Takror Sub-district, Dan Khun Thot District, Nakhon Ratchasima Province

Within the spirit of Luang Por Koon, you are a true monk, that is, has a compassionate presence. Even when at Ban Rai Temple there is a problem or a conflict arises between students

Luang Phor Koon decided to walk quietly from Wat Ban Rai, along with his understanding that “normal, like a tree, if there is a lace Inevitably will be the pecking of animals or birds, even people. If even when the ball ends

Public service Luang Phor Koon has built 3 hospitals as well as schools and many others.

Has donated money to help the public every day and month in the amount of several hundred thousand baht

Even though you are not already today But your teachings will always resonate in the hearts of Thai people

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพได้ที่ Google

อาจารย์ป่อง น่วมมานา

พระขุนแผน

หลวงพ่อเกษม

หลวงปู่เปลว

หลวงปู่เปลว ศิษย์สืบสายธรรมหลวงพ่อน้อม พระเกจิชื่อดังปากน้ำแห่งวัดแพรกษา จ.สมุทร ปราการ

ปัจจุบัน อายุ 80 ปี พรรษา 60 มีนามเดิมว่า จรูญ แสงทอง เกิดเมื่อวันที่ 10 พ.ค.2483 บิดา-มารดาชื่อนายทิพย์ และนางแจ๋ว แสงทอง เป็นบุตรชายคนโต ในจำนวนพี่น้องร่วมอุทร 2 คน

อายุ 20 ปี เข้าพิธีอุปสมบทที่พัทธสีมาวัดด่านสำโรง โดยมีเจ้าคุณพระสมุทรเมธาจารย์ เป็นพระอุปัชฌาย์

ฝากตัวเป็นศิษย์ร่ำเรียนวิทยาคม โดยเฉพาะวิชาเสือจากหลวงพ่อน้อม วัดแพรกษา จ.สมุทรปราการ ซึ่งท่านเป็นศิษย์หลวงพ่อปาน วัดมงคลโคธาวาส (บางเหี้ย) จ.สมุทรปราการ

นอกจากนี้ ยังไปร่ำเรียนวิชาทำปลัดขิกของหลวงปู่อี๋ พุทธสาโร วัดสัตหีบ จ.ชลบุรี และหลวงพ่อเหลือ นันทสาโร วัดสาวชะโงก จ.ฉะเชิงเทรา

ศิษย์สืบทอดอักขระยันต์ของอาจารย์เที่ยง น่วมมานา อีกทั้งยังเป็นสายวิปัสสนากัมมัฏฐาน ศิษย์สายหลวงพ่อชื่น วัดมาบข่า จ.ระยอง

Reverend Grandfather Pla Suebsai Tham Luang Por Nom Famous Buddhist monk, Pak Nam of Wat Phraek Sa, Samut Prakan Province

At present, 80 years old, 60 years old, formerly known as Jaroon Saengthong, was born on May 10, 1940. Father and mother named Mr. Thip and Mrs. Jaew Saengthong is the eldest son. Among 2 siblings

20 years old, attends an ordination ceremony at Phasima, Dan Samrong Temple With Chao Khun Phra Samut Methachan Preceptor

Entrust himself as a student of Witthayakhom Especially Tiger subjects from Luang Por Nom, Wat Phraek Sa, Samut Prakan Province In which you are a disciple of Luang Por Pan Wat Mongkhon Kothawat (Bang Hia), Samut Prakan Province

In addition, he also studied the permanent secretary of Luang Pu Yi Buddhasaro, Sattahip Temple, Chonburi Province and Luang Pho Lueang Nantasaro, Sao Cha Ngok Temple, Chachoengsao Province.

Disciple inherits the talisman of Master Thiang Nuammana and is also a type of Vipassana Kammatthan. Disciple Sai Luang Por Chuen, Map Kha Temple, Rayong Province

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพได้ที่ Google

อาจารย์ป่อง น่วมมานา

พระขุนแผน

หลวงพ่อเกษม

หลวงพ่อสุด วัดกาหลง

หลวงพ่อสุด วัดกาหลง พระเกจิดัง จอมโจรที่ตี๋ใหญ่ศรัทธา หลวงปู่สุด วัดกาหลง ต.กาหลง อ.เมือง จ.สมุทรสาคร หรือ หลวงพ่อสุด พระครูสมุทรธรรมสุนทร

ท่านเป็นอาจารย์ของ ตี๋ใหญ่ จอมโจรในอดีต ท่านเป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดกาหลง จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

ที่เป็นที่นับถือของชาวสมุทรสาคร แล้วท่านก็ยังเป็นเข้าของยันต์ตะกร้อที่ทำให้อยู่ยงกระพันชาตรี

หลวงพ่อสุด วัดกาหลง เกิดในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมือ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2445 ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณรตอนเมื่ออายุ 16 ปี

มีพระครูเม้าเป็นพระอุปัชฌาย์ ต่อมาท่านได้เป็น เจ้าอาวาสวัดกาหลง และได้รับสมณศักดิ์ เป็นพระครูสมุทรธรรมสุนทร

ท่านเป็นผู้ที่แก่กล้าทั้งทางด้านคาถา อาคมและทางด้านธรรมปฏิบัติ จวบจนท่านมรณภาพเมื่ออายุ14สิงหาคม พ.ศ.2526 สิริรวมอายุได้ 81ปี

Reverend Father Sud, Kalong Temple, Reverend Monk, Thief of the Great Tee, Reverend Grandfather Sud, Kalong Temple, Muang District, Samut Sakhon Province or Reverend Father Kru Samut Thamsoonthorn

He is the teacher of Tee Yai, the thief. In the past, he was a former Abbot of Kalong Temple in Samut Sakhon, a famous monk of Rattanakosin.

Reverend Father Sud, Kalong Temple, was born in the reign of King Chulalongkorn on 7 May 1902. He was ordained as a novice at the age of 16 years.

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพได้ที่ Google

อาจารย์ป่อง น่วมมานา

พระขุนแผน

หลวงพ่อเกษม

หลวงปู่คำ สุวณฺณโชโต

หลวงปู่คำ สุวณฺณโชโต อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองแก อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์  นับเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๓๖ ล่วงเลยมาจนถึงปัจจุบันนี้ หลวงปู่คำ มีอายุหนึ่งร้อยปี โดยที่มีพรรษาแห่งการครองผ้ากาสาวพัสตร์เป็นพรรษาที่กว่า ๗๙

จากอดีตสู่ปัจจุบันแห่งชีวิตของท่านมีเรื่องราวที่น่าสนใจอย่างมากมาย เป็นเรื่องราวของพระอริยสงฆ์ ๕ แผ่นดินที่สมควรแก่การเก็บไว้เป็นสมบัติทางใจที่ควรค่าแก่การศึกษาและ ยังเป็นแนวทางแห่งธรรมที่มีคุณค่า สำหรับพุทธศาสนิกชนจักได้ยึดถือ ปฏิบัติตามเพื่อเป็นหนทางที่จะนำชีวิต ไปสู่ความสุขที่แท้จริงของชีวิต

หลวงปู่คำ ถือไม้เท้าในอีกอิริยาบถหนึ่ง

จนกระทั่งเข้าสู่วัยรุ่นในฐานะชายร่างใหญ่เช่นคนโบราณในปี 2459 อายุ 23 ปีจากนั้นก็ก้าวเข้าไปในร่มโดยการบวชที่อุโบสถของวัดหัวหินเวลาประมาณบ่ายหนึ่งโมงด้วย พระครูวิริยาธิการี (หลวงปู่นาค) วัดหัวหินเป็นพระอุปัชฌาย์ นักบวชธรรมศาสตร์ (สาธุคุณพ่อเปี่ยม) วัดเกาะหลักซึ่งต่อมาได้รับตำแหน่งพระราชพิธี ณ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์คณบดีเป็นปรมาจารย์พระอาจารย์ละไมละมัยอมรวัดหัวหินเป็นพระหนุ่ม สาธุคุณปู่คำสุหนัตนาโตเล่าประวัติความเป็นมาของลูกศิษย์ของเขาต่อผู้ฟังทุกคนด้วยความทรงจำที่ลึกล้ำยำแม่หยาด ลำดับของเรื่องถูกต้องแม้ว่าร่างกายของคุณจะมีอายุ 100 ปี เขาบอกฉันว่าหลังจากออกบวชในงานเข้าพรรษาที่สำนักปฏิบัติธรรมวัดหัวหินที่ให้บริการหลวงปู่นาค ใครเป็นพระอุปัชฌาย์อย่างใกล้ชิดเนื่องจากคุณมีพลังศักดิ์สิทธิ์ของหลวงปู่นาคดังนั้นเขาจึงถ่ายทอดความรู้ในยุคปัจจุบันคือการศึกษาเรื่องไสยศาสตร์พร้อมกับการฝึกฝนการทำสมาธิการทำสมาธิขั้นพื้นฐานหลวงปู่คำสุวรรณวันโชติปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ถึงหลักการทางศาสนารวมถึงการศึกษาสาขาวิชาต่าง ๆ ด้วยตัวคุณเองไม่มีปริญญาตรี, ปริญญาเอก, ปริญญาเอกเหมือนปัจจุบัน

Reverend Grandfather Khamsuwan Nahoto, former abbot of Wat Nong Kae, Hua Hin District, Prachuap Khiri Khan Province, since the year 2436 passed until today, Luang Pu Kham is one hundred years old. With a rainy season of more than 79 years

From the past to the present of your life, there are many interesting stories. Is the story of the 5 monks who are worthy to be kept as a spiritual treasure worthy of education and Is a valuable Dhamma path For Buddhists to observe Follow to be a way to lead life To the true happiness of life

Reverend Grandfather Kham carrying a staff in another manner
Until entering adolescents as a big man, such as the ancient people in 1916, aged 23 years, then step into the umbrella by ordination at the temple of Hua Hin Temple at about one o’clock in the afternoon. Phra Kru Wiriyathikari (Luang Pu Nak),

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google

หลวงปู่มั่น

หลวงปู่บุญ

หลวงพ่อโต