พระอุดมประชานาถ

พระอุดมประชานาถ หรือที่ชาวบ้านนครชัยศรีกล่าวขวัญนาม “หลวงพ่อเปิ่น ฐิตคุโณ” พระเกจิอาจารย์แห่งเมืองนครชัยศรี อดีตเจ้าอาวาสวัดโคกเขมา และเคยดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบางพระ จ.นครปฐม

วัตถุมงคลที่ท่านจัดสร้างปลุกเสก มีพุทธคุณโดดเด่นรอบด้าน เป็นที่เลื่องลือมาช้านาน มีนามเดิมว่า นายเปิ่น ภูระหงษ์ เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 ส.ค.2466 ที่บ้านเลขที่ 4 หมู่ที่ 5 ต.บางแก้วฟ้า อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม

ครั้นต่อมาครอบครัวย้ายไปตั้งรกรากทำมาหากินที่บ้านทุ่งคอก อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ได้เข้าฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อแดง แห่งวัดทุ่งคอก อ.สองพี่น้อง ศิษย์เอกของหลวงพ่อโหน่ง วัดคลองมะดัน ได้รับการถ่ายทอดวิชาหลายแขนง

เมื่ออายุครบ 20 ปี เข้าพิธีอุปสมบท ที่พัทธสีมาวัดบางพระ ต.บางแก้วฟ้า อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม มีพระอาจารย์หิ่ม เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์ทองอยู่ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์เปลี่ยน ฐิตธัมโม เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า “ฐิตคุโณ”

ภายหลังอุปสมบท คอยอุปัฏฐากรับใช้พระอาจารย์หิ่ม ซึ่งท่านให้ความเมตตาอนุเคราะห์ ถ่ายทอดอักขระโบราณ เป็นรูปแบบยันต์ต่างๆ การลงอาคม

ในปี พ.ศ.2504 หลวงพ่อเปิ่น มาปักกลดที่ชายทุ่งนาใกล้วัดทุ่งนางหลอก อ.ลาดหญ้า จ.กาญจนบุรี ใช้ความรู้ด้านสมุนไพรยารักษาโรค รักษาชาวบ้านที่เจ็บไข้ได้ป่วย จนชาวบ้านนิมนต์ท่านให้มาช่วยพัฒนาวัดทุ่งนางหลอก ท่านล้มป่วยกะทันหัน กลับมารักษาตัวที่วัดบางพระ กระทั่งหาย ท่านตั้งใจจะเดินทางไปที่อื่น แต่ชาวบ้านขอให้ไปพัฒนาวัดโคกเขมาแทน

Phra Udom Prachanath

Phra Udom Prachanath Or that Nakhonchaisri villagers mention their names “Reverend Father Pen Thitkhuno”, the master monk of Nakhon Chai Si Former Abbot of Khok Khem Temple And used to hold the position of Abbot of Bang Phra Temple, Nakhon Pathom Province

A sacred object that you create chanted Having outstanding Buddhist grace all around It is famous for a long time, formerly known as Mr. Pin Phurahong, was born on Sunday, Aug. 12, 1923, at House No. 4, Village No. 5, Bang Kaeo Fa Subdistrict, Nakhon Chai Si District, Nakhon Pathom Province.

Later, the family moved to settle for a living at Ban Thung Khok, Song Phi Nong District, Suphanburi Province. Of Wat Thung Khok, Amphur Song Phi Nong, Luang Por Nong’s first disciple, Khlong Madan temple has been taught in many fields

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพได้ที่ Google

ติดตามข่าวสารได้ที่นี่ >>คลิ๊ก<<

พระอุดมประชานาถ

 

หลวงปู่ศุข

หลวงปู่ศุข นามเดิมท่านชื่อ ศุข เกษเวช ต่อมาลูกหลานได้ใช้นามสกุลว่า เกษเวชสุริยา ท่านเกิดเมื่อวันจันทร์ เดือน ๔ ปีวอก พ.ศ.๒๓๙๐ ที่บ้านมะขามเฒ่า ต.มะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท โดยมีบิดาชื่อนายน่วม มารดาชื่อนาง ทองดี ตั้งบ้านเรือนอยู่ ที่ ตำบลมะขามเฒ่า

อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท โดยมีพี่น้องรวม ๙ คนคือ ๑.หลวงปู่ศุข ๒.นางอ่ำ ๓.นายรุ่ง ๔.นายไข่ ๕.นาง สิน ๖.นายมี ๗.นางขำ ๘.นายพลอย ๙.หลวงพ่อปลื้ม หลวงปู่ศุขท่านไปอยู่กับลุงแฟง ที่ตำบลบางเขน จังหวัดพระนคร

มีอาชีพทำสวนเมื่อเจริญเติบโตเป็นหนุ่มได้มีภรรยา ชื่อสมบุญ และมีบุตร ๑ คนชื่อนายสอน เกสเวชสุริยา เมื่ออายุประมาณ ๒๕ ปีหลวงปู่ศุขได้อุปสมบทที่วัดบางเขน(หรือปัจจุบันชื่อว่า วัดโพธิ์ทองล่าง จังหวัดนนทบุรี)

โดยมีพระครู เชย จนฺทสิริ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระถมยา เป็นพระคู่สวดเมื่ออุปสมบทแล้วได้ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยและพระกํมมัฏ ฐานอยู่กับพระอุปัชฌาย์และ หลวงปู่ศุขก็ได้ลาพระอุปัชาฌาย์ออกธุดงค์ตามป่าเขาลำเนาไพรทั่วทุกภูมิภาค เพื่อเจริญจิตภาวนาและแสวงหาครูอาจารย์ที่มีวิชาอาคมแก่กล้าตามสถานที่ต่างๆ

ทำให้หลวงปู่ศุขมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วทุกสารทิศเรื่องวิชาอาคมเข้ม ขลัง และเมื่อท่านเดินธุดงค์ไปภาคเหนือก็แวะเยื่ยมโยมพ่อโยมแม่ที่ ตำบลมะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท โดยไปพักที่วัดร้างแห่งหนึ่งชื่อ “วัดอู่ทอง” โยมแม่ของท่านจึงนิมนต์ให้ท่านจำพรรษาที่วัดร้างแห่งนั้น เพื่อโปรดโยมแม่และญาติ

Reverend Grandfather Sukanam, formerly Suk Ketwet, later his grandchildren used the surname Kesawet Suriya, he was born on Monday, the fourth month of the year, 2390 B.E., at Ban Makham Tao, Makham Tao sub-district, Wat Sing district Chainat, whose father’s name was Mr.Nuam and her mother’s name, Mrs. Thongdee, housed in Makham Tao District.

Wat Sing District, Chainat Province, with 9 brothers and sisters: 1. Luang Pu Suk 2. Mrs. Um 3. Mr. Rung 4. Mr. Khai 5. Mrs. Sin 6. Mr. Mi 7. Mrs. Khum 8. Mr. Ploy 9. Luang Happy father Luang Pu Suk Than went to live with Uncle Feng. At Tambon Bang Khen Phra Nakhon Province มา เก๊า 888

Having a career in gardening when he grew up as a young man, he had a wife named Somboon and had a child named Mr. Sorn Gesvejsuriya. Wat Pho Thong Lang Nonthaburi Province)

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพได้ที่ Google

สมเด็จพระพุฒาจารย์

หลวงปู่ศุข วัดมะขามเฒ่า

พระราชพรหมยาน

พระราชพรหมยาน เกิดเมื่อวันเสาร์ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2459 ตรงกับวันเสาร์ ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 8 ปีมะโรง ที่ตำบลสาลี อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี ในครอบครัวของชาวนาซึ่งมีฐานะค่อนข้างดี

บิดาชื่อ นายควง สังข์สุวรรณ มารดาชื่อนางสมบุญ สังข์สุวรรณ ท่านเป็นบุตรคนที่ 3 จากพี่น้องร่วมบิดามารดาจำนวน 5 คน

ก่อนที่พระราชพรหมยานจะเกิดนั้น มารดาของท่านฝันว่า เห็นพระพรหมมีสีเหลืองเป็นทองคำเหมือนพระพุทธรูป นอนลอยไปในอากาศ มีเพชรประดับแพรวพราวทั้งตัว เข้าทางหัวจั่วด้านทิศเหนือ เข้ามานั่งที่ตักท่าน มารดาก็กอดไว้ แล้วก็หายเข้าไปในกาย เมื่อเกิดมาใหม่ ๆ

พ.ศ. 2466 อายุ 7 ขวบ เข้าเรียนหนังสือที่โรงเรียนประชาบาลวัดบางนมโค อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จนจบชั้นประถมปีที่ 3

พ.ศ. 2474 อายุ 15 ปี อาศัยกับท่านยายที่บ้านหน้าวัดเรไร อำเภอตลิ่งชัน จังหวัดธนบุรี ได้ศึกษาวิชาแพทย์แผนโบราณ

พ.ศ. 2476 อายุ 17 ปี ช่วยราชการปราบกบฏบวรเดช

พ.ศ. 2478 อายุ 19 ปี เข้าทำงานเป็นเภสัชกรทหาร สังกัดกรมการแพทย์ทหารเรือ (ปัจจุบันคือโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า)

พ.ศ. 2479 อายุ 20 ปี อุปสมบทเป็นภิกษุเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2479 เวลา 13.00 น. ที่พัทธสีมาวัดบางนมโค อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีพระครูรัตนาภิรมย์ (อยู่ ติสฺโส) เจ้าอาวาสวัดบ้านแพน

เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูวิหารกิจจานุการ (ปาน โสนนฺโท) เจ้าอาวาสวัดบางนมโคเป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ พระอาจารย์เล็ก เกสโร วัดบางนมโค เป็นพระอนุสาวนาจารย์

Royal brahma

Royal brahma Born on Saturday, July 8, 1916, on Saturday, 9 lunar months, 8 years of the golden dragon at Salee Subdistrict, Bang Plama District Suphanburi In the family of farmers who are quite wealthy

Father’s name is Mr. Khuang Sang Suwan, mother’s name is Mrs. Somboon Sangsuwan, he is the third child from five brothers

Before the royal brahma was born Your mother dreamed that Saw Brahma in yellow with gold like a Buddha image Lying in the air With all the dazzling miniatures Into the head gable on the north side Come and sit at his lap Mother hugged And then disappeared into the body When new born

1923, age 7, attended Prachaban School, Bang Nom Kho Temple, Sena District, Ayutthaya Province. Until the end of grade 3

1931, age 15, living with Grandmother at Ban Na Raerai Temple Taling Chan District Thonburi Studied traditional medicine

1933, age 17, helps the government to defeat the Bowon Dech rebellion

1935, age 19, worked as a military pharmacist. Under the Royal Thai Navy Medical Department (Now Somdet Phra Pinklao Hospital) มา เก๊า 888

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพได้ที่ Google 

หลวงพ่อสุด วัดกาหลง

หลวงพ่อสุด วัดกาหลง พระเกจิดัง จอมโจรตี๋ใหญ่ศรัทธาต.กาหลง อ.เมือง จ.สมุทรสาคร หรือ “หลวงพ่อสุด” หรือ “พระครูสมุทรธรรมสุนทร” ท่านเป็นอาจารย์ของ “ตี๋ใหญ่” จอมโจรในอดีต ท่านเป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดกาหลง จ. สมุทรสาคร

เป็นเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เป็นที่นับถือของชาวสมุทรสาคร แล้วท่านก็ยังเป็นเจ้าของยันต์ตะกร้อที่ทำให้อยู่ยงกระพันชาตรี หลวงพ่อสุด วัดกาหลง

เกิดในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ 7 พฤษภาคม พ.ศ.2445 ท่านได้บรรพชาป็นสามเณรตอนเมื่ออายุ 16ปี โดยมีพระครูเม้าเป็นพระอุปัชฌาย์ ต่อมาท่านได้เป็น เจ้าอาวาสวัดกาหลง และได้รับสมณศักดิ์เป็นพระครูสมุทรธรรมสุนทร ท่านเป็นผู้ที่แก่กล้าทั้งทางด้านคาถา อาคมและทางด้านธรรมปฏิบัติ

จวบจนท่านมรณภาพเมื่ออายุ14สิงหาคม พ.ศ.2526 สิริรวมอายุได้ 81ปี ยันต์ตะกร้อ เป็นยันต์ที่หลวงพ่อสุดได้ปลุกเสกขึ้นมา โดยตอนปลุกเสกนั้นหลวงพ่อท่านได้ลงคาถาอาคมโดยใช้ภาษาขอม เขมร และลาว โดยที่บทสวดที่ท่านสวดมีใจความว่า จะกระสุนก็ดี จะไฟก็ดี

เนื้อหนัง และกระดูกได้ นอกจากนี้ยันต์ตะกร้อยังเป็นที่กล่าวขานและเป็นที่นิยมกันใน ชาว จ.สมุทรสาคร

Luang Pho Sud, Wat Kalong, Phra Kechi Dang, thief, Tee Yai Faith, Kalong Subdistrict, Muang District, Samut Sakhon Province, or “Luang Pho Sud” or “Phra Kru Samut Thammasunthorn” Abbot of Kalong Temple, Samut Sakhon Province

Is a famous master of Rattanakosin Which is revered by the people of Samut Sakhon And then he still owns the Takraw talisman that makes Yong Kraphan Chatri Luang Pho Sud of Kalong Temple

Born in the reign of King Chulalongkorn on May 7, 1902, he was ordained as a novice when he was 16 years old, with the Provost Mouse as the preceptor.

Later he became Abbot of Kalong Temple And received the title of Phra Kru Samut Thammasoontorn He is an excellent person in both witchcraft. Magic and fair practice

Until his death at the age of 14 August 2526. Siri total age 81 years Takraw talisman is a talisman that Luang Por Sud has chanted up. At the time of chanting

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพได้ที่ Google ยูฟ่าเบท

หลวงปู่แสง พระครูอุดมรังษี

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

พระอาจารย์วิรัตน์ ฐานวโร

หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ

หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ชาติกำเนิดและชีวิตวัยเยาว์ พระมงคลเทพมุนี ท่านมีนามเดิมว่า สด มีแก้วน้อย เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2427 ตรงกับวันแรม 6 ค่ำ เดือน 11 ปีวอก

ณ หมู่บ้านเหนือ ฝั่งตรงข้ามวัดสองพี่น้อง ต.สองพี่น้อง อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เป็นบุตรของ นายเงิน มีแก้วน้อย และนางสุดใจ มีแก้วน้อย ท่านเรียนหนังสือกับพระน้าชายที่วัดสองพี่น้อง

วัยเด็กท่านเป็นเด็กฉลาดใจคอเด็ดเดี่ยวมั่นคง ตั้งใจทำสิ่งใดเป็นต้องพยายามทำจนสำเร็จ ไม่สำเร็จเป็นไม่ยอมเด็ดขาด ท่านเคยช่วยทางบ้านเลี้ยงวัว เมื่อวัวพลัดเข้าไปในฝูงวัวบ้านอื่น

ถ้าใช้วัวไถนาก็จะคอยสังเกตดูดวงตะวันว่าใกล้เพลหรือยัง เพราะท่านถือคติโบราณว่า เพลคาบ่าวัวถือว่าบาปมาก ท่านจะเลิกตรงเวลาจนโยมพี่สาวนึกว่าท่านขี้เกียจ

เหตุที่ปฏิญาณตนบวชจนตาย เมื่ออายุ 14 ปี บิดาได้เสียชีวิตลง เนื่องจากตรากตรำในการค้าข้าว ต้องมารับช่วงคุมงานแทน จนกระทั่งอายุย่างเข้า 19 ปี ระหว่างทำการค้าข้าวอยู่นั้น

หนึ่งท่านนำเรือเปล่ากลับบ้าน พร้อมกับเงินที่ได้จากการค้าหลายพันบาท จำเป็นต้องผ่านมาทางคลองเล็กซึ่งเป็นคลองลัดชาวบ้านเรียกว่า “คลองบางอีแท่น” คลองนี้ไม่ยาวมากนักแต่เปลี่ยวและมีโจรผู้ร้ายชุกชุม

ท่านซึ่งยืนถือท้ายเรืออยู่และเป็นจุดสำคัญที่โจรจะทำร้ายได้ก่อน ก็สับเปลี่ยนให้ลูกจ้างมาถือแทน ส่วนท่านหยิบปืนยาวไปถ่อเรือแทนลูกจ้างทางหัวเรือ พอเรือแล่นเข้าที่เปลี่ยวเข้าไปเรื่อยๆ

พลันก็เกิดความคิดแว่บขึ้นมาว่า “คนพวกนี้ เราจ้างเขามาเพียง 11 – 12 บาท เท่านั้น ส่วนตัวเราเป็นทั้งเจ้าของทรัพย์และเจ้าของเรือ เมื่อมีภัยใกล้ตายกลับโยนไปให้ลูกจ้าง”

Reverend Father Sot, Pak Nam Phasicharoen Temple, Birth and Youth Phra Mongkhonthepmuni His original name was Sod Mee Kaew Noi, born on Friday, October 10, 2427, on the waning day of 6 lunar months, 11 years of the Monkey.

In the north village Opposite of Song Phi Nong Temple, Song Phi Nong Subdistrict, Song Phi Nong District, Suphanburi Province, is the son of Ngoen Mee Kaew Noi and Nang Sut Jai Mee Kaew.

As a child, he was a smart, resolute, stable child. I intend to do whatever is necessary to try and accomplish Failure is not absolute. He used to help the house raise cattle. When the cows go into another home herd

If using a bull to plow, it will keep an eye and see if the sun is close to the plow or not. Because he holds the ancient motto that The cow’s shoulder pelkas are considered very sinful. You will stop on time until your sister thinks you are lazy.

The reason that he vowed to be ordained until his death at the age of 14 years his father died. Due to hard work in the rice trade Have to take over the supervision of work instead Until the age of 19 years during the rice trade

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพได้ที่ Google

หลวงพ่อสด

อาจารย์ป่อง น่วมมานา

หลวงปู่หลิว วัดไร่แตงทอง

 

 

พิษณุ ญาณธโร

พิษณุ ญาณธโร (อ.อินทร์ปัน) พระอาจารย์ท่านเกิดที่บ้านหนองโก อ.กระนวน จ.ขอนแก่น บวชสามครั้งครั้งแรกบวชเป็นสามเณรน้อยที่วัดศรีสว่างอ.กระนวน อยู่2ปี

บวชครั้งที่สองบวชเป็นพระ ฝ่ายกัมมัฏฐานที่อ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์ศึกษาแนวทางสมาธิกับหลวงปู่รอดวัดถ่ำทรายทอง 1พรรษาบวชครั้งที่สามที่ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ศึกษาแนวทางแห่งวิปัสสนาญาณกับพระครูโสภณธรรมคุต

รองเจ้าคณะ อ.เพ็ญ และได้เที่ยวศึกษาแนวทางแห่งวิปัสสนาญาณกับหลายหลวงพ่อ แถบริมฝั่งแม่น้ำโขง เริ่มตั้งแต่หลวงพ่อบุญมาก ภูริปัญโญ กับอีกกลายคนาจารย์ และได้ศึกษาทดลองเกี่ยวกับเรื่องมนต์คาถาไสย์ศาสต์วิชาต่างๆทั้งศึกษาเล่นเเร่แปรธาตุ

มนต์ขักขระยันต์ต่างๆทุกศาสต์ปัจจุบันท่านมีอายุกาลพรรษา20ฝนอายุย่างเข้า45ปีและท่านได้อยุดธุดงค์ปักกดสร้างวัดป่าขึ้นห่างจากหมู่บ้านศรีบุญเรือง ต.นาพู่ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี

ท่านได้ใช้วิชาความรู้ในศราสต์ในศิลป์แขนงต่างๆมาช้วยเหลือชาวบ้าน และมีวิชาเสือสมิงหัวขาดรวมอยู่ด้วยเมื่อครั้งที่ท่านได้บังเอิญรู้จักพ่อครูทองสุข

ได้เห็นอานุภาพแห่งยันต์เสือสมิงหัวขาด จึงขอร่ำเรียนจากพ่อทองสุข ก้อนบุญ แห่งบ้านโนนชนะสังคม อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร ท่านก็ให้ร่ำเรียนแต่โดยดีเพราะถูกอุปนิสัยใจคอกันทั้งพระอาจารย์

ความเคารพนับถือเสมือนเป็นพ่อคนหนึ่งจึงได้รับถ่ายทอดวิชาเสือสมิงหัวขาดนับจากวันนั้นท่านพระอาจารย์ก็ใช้วิชาหลากหลายด้านผสมผสานกันหมุ่นจนครบทุกด้าน

วิชาที่ท่านถนัดคือวิชาธรรมบรรลุ ซึ้งท่านได้ใช้อยู่ในปัจจุบัน และในโอกาศดีนี้ท่านได้จัดสร้างเหรียญเสือสมิงหัวขาดขึ้นเพื่อหาปัจจัยจัดซื้อที่ดินเพื่อเอาไว้สร้างโบสถ์ในภายภาคหน้าให้กับวัดป่าชัยนิมต

Phitsanu Yantharo (In Phan) Phra Achan Than was born in Ban Nong Ko, Kranuan District, Khon Kaen Province, was ordained three times for the first time, was ordained as a young novice at Wat Si Sawang, Kranuan District for 2 years.

Second ordination. Ordained as a monk. Khammatthan Department at Tha Khantho District Kalasin Province, study meditation practice with

Luang Pu Rod, Tham Sai Thong Temple 1st ordination of the third ordination at Phen district, Udon Thani province, study the method of Vipassana wisdom with the Provost Sophon Thammakut

Deputy Archbishop Phen and traveled to study the method of Vipassana with many Luang Por The banks of the Mekong River Starting from

Luang Por Bunmak Phuripunho with another Khanajarn And studied and experimented with magic, magic, magic and various subjects, including studying, playing, alchemy

At present, he is 20 years old, the rain is 45 years old, and he has passed a hike to build a forest temple away from the village of Sri Bunruang,

Na Pu Subdistrict, Phen District, Udon Thani Province.

He used the knowledge of the arts in various fields to help the villagers.

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพได้ที่ Google

อาจารย์ป่อง น่วมมานา

พระขุนแผน

หลวงพ่อเกษม

ปู่บุญรอด สุขแสงจันทร์

ปู่บุญรอด สุขแสงจันทร์ จากที่ท่านย้ายมาข้างๆวัดบางเตย แถบบางกระปิ ท่านมีชื่อเสียงด้านการรักษาโรคด้วยยาสมุนไพร ตามแบบฉบับของหมอยาโบราณของตาบุญรอด

ขจรไกลไปมากขึ้นเรื่อยๆ มีผู้คนมาให้ตารักษาอยู่ตลอด กวาดยา ต้มยาหม้อบ้าง จึงมีคนเคารพรักและศรัทธาต่อ พ่อหมอรอด อยู่เป็นจำนวนมาก ที่บ้านของคุณยายเติมก็จะมีผู้คนเข้ามากันหนาตามากขึ้น

บ้างก็เข้ามาขอให้ตารักษา บ้างก็เอาเด็กมาให้ตากวาดยา บ้างก็เข้าพูดคุยหาความรู้กับตาบุญรอด เป็นอยู่อย่างนี้เกือบทุกวัน

จนอยู่มาวันหนึ่ง ซึ่งควรจะบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของคุณตาบุญรอด สุขแสงจันทร์ มีผู้ใหญ่คนหนึ่งเป็นคนพื้นที่วัดบางเตย

บ้านอยู่ริมคลองบางเตย ชื่อคุณย่ายวน (ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว)ท่านนอนหมดลมหายใจไปเฉยๆ ลูกๆต่างตกใจเพราะว่า คุณย่ายวน(ในตอนนั้นอายุประมาณ๕๐-๖๐)ไม่ได้เป็นโรคภัยไข้เจ็บอะไร

สุขภาพร่างกายยังคงเเข็งแรง เมื่อลูกๆตั้งสติได้จึงวิ่งมาหา “พ่อหมอรอด” หรือคุณตาบุญรอด สุขแสงจันทร์

ให้ช่วยไปดูคุณย่ายวน ที่นอนหมดลมหายใจไปแล้ว เมื่อ”พ่อหมอรอด” คือคุณตาบุญรอดได้ไปถึง

ก็ได้จุดธูปเทียน สวดพระคาถาท่องบ่นมนต์พิธีต่างๆขอเทพพระเทวา และได้ทำพิธีอะไรบางอย่าง สักพักไม่นานเท่าไหร่ คุณย่ายวน ที่ได้นอนหมดลมหายใจไปแล้วก็กลับฟื้นคืนสติกลับมาได้

สร้างความตกตะลึงให้แก่ผู้ที่ได้พบเห็นว่าเป็น”ที่น่าอัศจรรย์” พ่อหมอรอด” ช่วยคนให้กลับฟื้นคืนกลับมาได้

Grandfather Boonrod Sooksangchan, from whom he moved next to Bang Toey Temple, Bang Krapi area, he is famous for treating diseases with herbal medicine.

Typical of the ancient medicine doctor of Boonrawd eye

The distance goes further and more. There are always people coming to heal their eyes, sweeping the decoction of the pot.

Therefore, there are many people who respect, love and believe in the father of doctors At Grandma’s house, there will be more and more people coming together.

Some came in and asked for his eye treatment. Some brought the children to the eyes to sweep the medicine.

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพได้ที่ Google

อาจารย์ป่อง น่วมมานา

พระขุนแผน

หลวงพ่อเกษม

พระครูนิวิฐ ปุญญากร

พระครูนิวิฐ ปุญญากร ท่านเกิดที่บ้าน สระทะเล 12 พค 2465 โดยเป็นบุตรของ พ่อพุด ก้อนจันทร์เทศ และแม่แก้ว ก้อนจันเทศ มีศักดิ์เป็นหลานหลวงพ่อเทศ

มีพี่น้อง 6 คนหลวงพ่อพัฒน์ท่านเป็นบุตรคนที่ 2 เมื่ออายุได้ 9 ขวบหลวงพ่อได้ติดตามบิดา ไปช่วยหลวงพ่อเดิมสร้างวัดหนองหลวง อยู่จนอายุ 13 ขวบจึงได้กลับมาอยู่วัดสระทะเล

หลวงลุงหมึกซึ่งมีศักดิ์เป็นญาติหลวงพ่ออีกองค์ ในระหว่างที่อยู่วัดหนองหลวง และวัดสระทะเล ท่านได้ร่ำเรียนวิชาจาหลวงพ่อเดิม และของหลวงพ่อเทศวัดสระทะเล

ที่วัดสระทะเลกับหลวงลุงหมึก เมื่อครั้งได้เกณฑ์ทหาร หลวงพ่อได้เป็นทหารช่วงสงครามมหาเอเชียบูรพา เมื่อพ้นกานเกณฑ์ทหารหลวงพ่อได้บวช

เมื่อปี 2488 ที่วัดสระทะเล โดยมีพระอุปปัชฌา พระธรรไตรโลกาจารย์ (เจ้าคุณยอด วัดเขาแก้ว) พระคู่สวด หลวงพ่อกัน วัดเขาแก้ว และอธิการชั้ว วัดสระทะเล

อยู่ที่วัดสระทะเล ในช่วงเวลานี้หลวงพ่อก็ได้ไปกราบขอคำชี้แนะจากหลวงพ่อเดิมเสมอ เพราะไม่ไกลกัน เมื่อบวชได้ 5 พรรษาหลวงพ่อ

ได้เดินทางไปฝากตัวเป็นศิษย์ หลวงพ่อซวง วัดชีปะขาว จ.สิงห์บุรี และได้ไปเรียนทางธรรมบาลีเพิ่มเติมที่วัดพระพุทธบาททุ่งยั้ง อุตรดิษถ์ หลวงพ่อใฝ่เรียนรู้วิชา หลวงพ่อพัฒน์ได้มาอยู่ที่วัดห้วยด้วน ปี 2510 โดยการนิมนต์ ของกำนันผล

Phra Kru Niwithapunyakorn was born in Ban Sa Talay 12 May 1922 as the son of Phut Kon Chanthet and Mae Kaewkon Chanthesak, a granddaughter of Luang Por Thet.

There are 6 siblings. Luang Por Phat is the second child when he was 9 years old. To help Luang Pho originally built Wat Nong Luang until he was 13 years old, he returned to Wat Sa Thale.

Reverend Uncle Ink, whose honor is another royal relative During the stay at Wat Nong Luang And Wat Sa Thale He studied the subject of the former Luang Pho And Luang Pho Thet, Sa Thale Temple

At Wat Sa Talay with Luang Lung Ink When he was drafted into the military Luang Pho was a soldier during the Great East Asia War. After the expiration of the military recruiting, Luang Pho was ordained

In 1945 at Wat Sa Talay With a Buddha image Phra Thun Trilokacharn (Chao Khun Yot Wat Khao Kaew), his great-great-great-grandfather, Luang Por Kan, Khao Kaew Temple and Bishop Chua, Wat Sa Thale

At Wat Sa Thale During this time, Luang Pho always went to pay homage to the former Luang Por’s advice. Because not far away from each other when ordained for 5 years

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพได้ที่ Google

อาจารย์ป่อง น่วมมานา

พระขุนแผน

หลวงพ่อเกษม

หลวงพ่อยี ปญญภาโร

หลวงพ่อยี ปญญภาโร อดีตเจ้าอาวาสวัดอภัยสุพรรณภูมิ ซึ่งตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 10 ต.ไผ่ล้อม อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก

ผู้อุทิศที่ดินเพื่อสร้างโรงเรียนให้กับชุมชน ให้ลูกหลานชาวบ้านดงตาก้อนทอง และบ้านใกล้เคียงได้เล่าเรียน มาจนปัจจุบัน

นับได้ว่าท่านเป็นคนดีศรีอภัยสุพรรณภูมิอย่างแท้จริง จากคำบอกเล่าต่างๆนั้น ทำให้ได้ทราบว่า หลวงพ่อยี เป็นชาวจังหวัดลพบุรี

อายุได้ 8 ขวบ ท่านได้อาศัยอยู่กับพระภิกษุรูปหนึ่ง ไม่ทราบชื่อแน่นอน แต่หลวงพ่อยี เรียกว่า “หลวงพ่อใหญ่” ได้ธุดงค์ออกป่าหลายแห่งจนอายุได้ 21 ปี จึงได้อุปสมบทเป็นพระ

ได้ออกธุดงค์ไปเรื่อยๆตามป่าเขา ทั้งในภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ เคยไปถึงพม่า เวียงจันทน์ และมาลายู หลวงพ่อยีท่านเล่าว่า ท่านได้เดินธุดงค์หาความวิเวกจนมองเห็น นรก สวรรค์ ยามที่ท่านออกโปรดสัตว์ในตอนเช้า

ต่อมาเมื่อวัดดงตาก้อนทอง มีพระภิกษุสงฆ์มาจำพรรษา วัดอภัยสุพรรณภูมิ หรือ วัดดงตาก้อนทอง ได้พัฒนาขึ้นในทุกๆด้าน โดยการนำของพระพิสาลพัฒนาทร หรือหลวงพ่อถาวร

จากวัดประทุมวนาราม กรุงเทพมหานครได้ทำการพัฒนาขึ้นมามากอย่างเห็นได้ชัด ในขณะนี้วัดอภัยสุพรรณภูมิมี พระสายันต์ สญญโม เป็นเจ้าอาวาส ในปัจจุบันท่านเจ้าอาวาสได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น พระครูอภัยธรรมโสภณ

Reverend Father Yipayaparo, former abbot of Wat Abhai Suphanphoom Which is located at Village No. 10, Phai Lom Sub-district, Bang Krathum District, Phitsanulok Province

Who dedicate land to build a school for the community For the descendants of the villagers, Dong Ta golden eyes And nearby houses have studied until now

It can be considered that you are truly a good person. From the various sayings Made known that Luang Por Yi was a native of Lopburi Province

At the age of 8, he lived with a monk. I do not know the exact name, but Luang Pho Yee called “Luang Pho Yai”. He hiked many forests until he was 21 years old.

Went on a hike through the forest Both in the North, the Northeast, the South have been to Burma, Vientiane and Malayu. Luang Por Yi Than said He walked for a walk until he saw Heavenly Hell when he went out in the morning.

Later on Wat Dong Ta Kon Thong There was a monk coming to Buddhist Lent Wat Aphai Suphan Phum or Wat Dong Ta Kon Thong Has developed in every area With the leadership of Phra Pisa Pattanathon Or Luang Pho Thavorn

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพได้ที่ Google

อาจารย์ป่อง น่วมมานา

พระขุนแผน

หลวงพ่อเกษม

หลวงตาเผือด วัดมะกอก

หลวงตาเผือด วัดมะกอก บ้านท่านอยู่ตลิ่งชันโดยกำเนิด ท่านเกิด เมื่อวันเสาร์ ที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๔๗๑ บิดาชื่อ นายเทียม มารดาชื่อ นางผาด ในช่วงวัยรุ่น บิดาท่านได้นำไปฝากไว้ที่วัดจำปา เพื่อเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ไสว พรหมอินทร์

ท่านได้ปฏิบัติรับใช้นั้น ท่านได้มีโอกาสเรียนอักษรขอม และท่านเริ่มสนใจที่จะศึกษาวิชาไสยศาสตร์กับอาจารย์ไสว เพราะอาจารย์ไสวนั้น ท่านเป็นเกจิอาจารย์ที่เชี่ยวชาญในด้านวิชาไสยศาสตร์ วิปัสสนากรรมฐาน การสักยันต์ หมอยา ทั้งการลบผงชนิดต่างๆ

หลวงตาเผือดท่านฝึกฝนจนท่านมีความรู้ ความชำนาญ จนกระทั่งอาจารย์ไสวไว้วางใจ และได้สืบทอดวิทยาคมให้ ในตอนนั้นหลวงตาเผือดท่านยังมีอายุไม่มาก แต่มีความสามารถในด้านนี้มาก อาจารย์ไสวจึงได้มอบตำราทำเบี้ยแก้และตำราไสยศาสตร์ ของ หลวงปู่รอด วัดนายโรง ให้ศึกษาจนหมด

จนกระทั่งท่านอายุครบบวช ท่านอุปสมบทที่วัดมะกอก ตลิ่งชัน จ.กรุงเทพฯ โดยมีพระวิสุทธิศีลาจารย์ (วงศ์) เป็นพระอุปัชฌาย์ , พระอาจารย์ช่วง วัดจำปา เป็นพระอนุสาวนาจารย์ , พระอาจารย์เยื้อน วัดมะกอก เป็นพระกรรมวาจาจารย์

ในช่วงนั้นหลวงตาเผือดท่านเดินทางไปมาหาสู่กับอาจารย์ไสวเป็นประจำ เมื่อเรียนครบถ้วนหมดแล้ว อาจารย์ไสวท่านจึงได้บอกแนะนำพระเกจิอาจารย์ต่างๆ ที่มีวิทยาคมขลังที่เป็นสหธรรมิกกับท่าน

ท่านได้ไปศึกษาวิชาต่างๆ จาก อาจารย์เที่ยง น่วมมานา วัดสุวรรณาราม ธนบุรี ด้วยความที่หลวงตาเผือดท่านมีพื้นฐานในด้านไสยศาสตร์นี้อยู่ก่อนแล้ว จึงได้รับความไว้วางใจ

รับมอบวิชาต่างๆจากอาจารย์เที่ยง เช่น การสักยันต์ ยันต์หมูทองแดง ยันต์หนุมาน ยันต์หงส์ ยันต์บัว วิชาหุงน้ำมันเมตตา การลงตัวนะ ตัวเฑาะว์หรือท้อชนิดต่างๆ รวมไปถึงวิชาอื่นๆ และท่านได้เรียนวิชาทำเบี้ยแก้ตำราหลวงปู่รอด เพิ่มเติมจากอาจารย์เที่ยง
ผู้เขียนเคยมีโอกาสได้เห็นตำราของหลวงตาเผือด

เป็นตำราที่ท่านเขียนจดบันทึกเอง ได้รับการถ่ายทอดมาจากพระเกจิอาจารย์ต่างๆ ตำรานี้มีทั้งลายมืออาจารย์ของท่านบ้าง และลายมือตัวท่านเองบ้าง

ท่านมรณะภาพเมื่อ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๔๘ สิริอายุ ๗๗ ปี

Luang Ta-faced, Wat Makok, Ban Than was born in Taling Chan, born on Saturday, November 7, 1971, his father’s name was Nai Thiam, mother’s name, Nang Phat. His father has deposited it at Wat Champa. To become a student of Ajarn Sawai Prom-in

You have served it. You have had the opportunity to learn Khmer script. And he became interested in studying black magic with Prof. Sawai Because Master Sawai He is a master who specializes in black magic. Vipassana, the meditation of tattooing, the doctor of medicine, including removing various types of powder

Luang Ta faced, he trained until he had the knowledge and expertise until Master Sawai trusted. And inherited the sciences for At that time Luang Ta faced, he was not very old. But very talented in this area Prof. Sawai has given the books to make premiums and the occult texts of Luang Pu Rod, Nai Rong Temple to study until all.

Until he matures He was ordained at Wat Makok, Taling Chan, Bangkok, with Phra Wisut Silacharn (Wong) as the preceptor, Phra Ajarn Chuang, Champa Temple as the young monk, Phra Ajarn Yuen, Wat Makok as the patriarch.

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพได้ที่ Google

อาจารย์ป่อง น่วมมานา

พระขุนแผน

หลวงพ่อเกษม