อาจารย์เที่ยง น่วมมานา

อาจารย์เที่ยง น่วมมานา พ่อเที่ยง น่วมมานาอ.ฆราวาส สายเหนียว ในยุคหลัง 2500อาจารย์จะมีชื่อเสียงมาก หลังปีสองพันห้าร้อย

มีลูกศิษย์เป็นหมื่นขึ้นเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป เหนียวจริงวัตถุมงคลของท่านเป็นที่ยอมรับของผู้คน เพราะสมัยนั้นคนไม่ค่อยนิยมของฆราวาสจะนิยมของแต่หลวงพ่อหลวงปู่ การที่วัตถุมงคลของท่าน สามารถเบียดแทรกขึ้นมาได้

ก็ด้วยประสบการณ์และความขลัง อ.เที่ยง น่วมมานา เจ้าสำนักบ้านมีดี ท่านเรียนวิชาจากหลายสำนัก วิชาที่ขึ้นชื่อของท่านคือ หมูทองแดง บัวคู่ ผ้าเช็ดหน้า ศิษย์สายนี้ถือว่าเหนียวจริง

สัญลักษณ์ของสำนักนี้ ท่านจะสักรูปตัวเทาะว์และตัวทอ ที่มือใต้นิ้วโป้งลองดีกับใครไม่ลอง มาลองกับปรมาจารย์ใหญ่ได้
ความอวดตัวของคนไม่ใช่มีแต่ฆราวาสเท่านั้น

พระสงฆ์องคเจ้าก็ไม่เว้นเหมือนกัน เช่นดังตัวอย่างที่จะเล่าให้ฟัง ถึงความอวดดีของพระ ที่คิดจะดันให้ตัวเองมีชื่อเสียง โดยการทำลายผู้อื่น แต่สุดท้ายแพ้ภัยตัวเอง

พ่อเที่ยง น่วมมานา ก็โดนพระมาลองดีเหมือนกัน เลือกวันมาดีด้วย เอาวันคนเยอะๆวันไหว้ครู มีไหว้ครูอยู่ปีหนึ่ง หลังจากเสร็จพิธีบวงสรวงแล้ว

มีพระองค์หนึ่งเข้ามาสนทนากับพ่อเที่ยง พ่อเที่ยงจึงให้ลูกศิษย์นำน้ำชามาถวาย พระองค์นั้นไม่ยอมฉัน แต่กับเอาฝ่ามือตบแก้วนั้นแตก แล้วถามพ่อเที่ยงว่า”อย่างนี้ท่านทำได้ไหม” พ่อเที่ยงก็ไม่ว่าอะไร ให้ลูกศิษย์เก็บกวาดเศษแก้วไปทิ้ง และให้นำน้ำชามาถวายใหม่ พระองค์นั้นก็เอาฝ่ามือตบแก้วแตกกระจายอีก และก็ถามคำเดิมว่า”อย่างนี้ท่านทำได้ไหม” พ่อเที่ยงก็ไม่ว่าอะไร ให้เด็กมาเก็บกวาดไป

Noon teacher Nua Mana Papa Thiang Nuammana, Khla Laik Saowayee in the post-1957 era, the teacher will be very famous. After two thousand and five hundred years

With tens of thousands of followers, it is accepted by the general public that True, your sacred object is accepted by the people. Because at that time people were not popular with laymen, but Luang Por Luang Pu The object of your sacred Able to push up

With experience and mystique, Achan Thiang Nuem Mana, the house master is good He studied subjects from many schools. His most famous subject is the Copper Pig, Double Lotus, Handkerchief, this disciple. sagame66

The symbol of this school You will tattoo a tread and a weave. On the hand under the thumb, try it well with anyone who doesn’t try You can try it with the grand master.
The boastfulness of a person is not only the laity.

Priests Ong Chao are not exempt as well. For example, as an example to tell To the insolence of monks Thinking of pushing himself to be famous By destroying others But eventually lost myself

Father Thiang Nuem Mana was also tried by the monk. Choose the day well. Take a day, a lot of people, a day to pay respect to teachers Wai teacher for a year After completing the sacrifice

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพได้ที่ Google

อาจารย์เที่ยง น่วมมานา

พระอุดมประชานาถ

พระอุดมประชานาถ หรือที่ชาวบ้านนครชัยศรีกล่าวขวัญนาม “หลวงพ่อเปิ่น ฐิตคุโณ” พระเกจิอาจารย์แห่งเมืองนครชัยศรี อดีตเจ้าอาวาสวัดโคกเขมา และเคยดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบางพระ จ.นครปฐม

วัตถุมงคลที่ท่านจัดสร้างปลุกเสก มีพุทธคุณโดดเด่นรอบด้าน เป็นที่เลื่องลือมาช้านาน มีนามเดิมว่า นายเปิ่น ภูระหงษ์ เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 ส.ค.2466 ที่บ้านเลขที่ 4 หมู่ที่ 5 ต.บางแก้วฟ้า อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม

ครั้นต่อมาครอบครัวย้ายไปตั้งรกรากทำมาหากินที่บ้านทุ่งคอก อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ได้เข้าฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อแดง แห่งวัดทุ่งคอก อ.สองพี่น้อง ศิษย์เอกของหลวงพ่อโหน่ง วัดคลองมะดัน ได้รับการถ่ายทอดวิชาหลายแขนง

เมื่ออายุครบ 20 ปี เข้าพิธีอุปสมบท ที่พัทธสีมาวัดบางพระ ต.บางแก้วฟ้า อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม มีพระอาจารย์หิ่ม เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์ทองอยู่ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์เปลี่ยน ฐิตธัมโม เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า “ฐิตคุโณ”

ภายหลังอุปสมบท คอยอุปัฏฐากรับใช้พระอาจารย์หิ่ม ซึ่งท่านให้ความเมตตาอนุเคราะห์ ถ่ายทอดอักขระโบราณ เป็นรูปแบบยันต์ต่างๆ การลงอาคม

ในปี พ.ศ.2504 หลวงพ่อเปิ่น มาปักกลดที่ชายทุ่งนาใกล้วัดทุ่งนางหลอก อ.ลาดหญ้า จ.กาญจนบุรี ใช้ความรู้ด้านสมุนไพรยารักษาโรค รักษาชาวบ้านที่เจ็บไข้ได้ป่วย จนชาวบ้านนิมนต์ท่านให้มาช่วยพัฒนาวัดทุ่งนางหลอก ท่านล้มป่วยกะทันหัน กลับมารักษาตัวที่วัดบางพระ กระทั่งหาย ท่านตั้งใจจะเดินทางไปที่อื่น แต่ชาวบ้านขอให้ไปพัฒนาวัดโคกเขมาแทน

Phra Udom Prachanath

Phra Udom Prachanath Or that Nakhonchaisri villagers mention their names “Reverend Father Pen Thitkhuno”, the master monk of Nakhon Chai Si Former Abbot of Khok Khem Temple And used to hold the position of Abbot of Bang Phra Temple, Nakhon Pathom Province

A sacred object that you create chanted Having outstanding Buddhist grace all around It is famous for a long time, formerly known as Mr. Pin Phurahong, was born on Sunday, Aug. 12, 1923, at House No. 4, Village No. 5, Bang Kaeo Fa Subdistrict, Nakhon Chai Si District, Nakhon Pathom Province.

Later, the family moved to settle for a living at Ban Thung Khok, Song Phi Nong District, Suphanburi Province. Of Wat Thung Khok, Amphur Song Phi Nong, Luang Por Nong’s first disciple, Khlong Madan temple has been taught in many fields

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพได้ที่ Google

ติดตามข่าวสารได้ที่นี่ >>คลิ๊ก<<

พระอุดมประชานาถ

 

หลวงปู่ศุข

หลวงปู่ศุข นามเดิมท่านชื่อ ศุข เกษเวช ต่อมาลูกหลานได้ใช้นามสกุลว่า เกษเวชสุริยา ท่านเกิดเมื่อวันจันทร์ เดือน ๔ ปีวอก พ.ศ.๒๓๙๐ ที่บ้านมะขามเฒ่า ต.มะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท โดยมีบิดาชื่อนายน่วม มารดาชื่อนาง ทองดี ตั้งบ้านเรือนอยู่ ที่ ตำบลมะขามเฒ่า

อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท โดยมีพี่น้องรวม ๙ คนคือ ๑.หลวงปู่ศุข ๒.นางอ่ำ ๓.นายรุ่ง ๔.นายไข่ ๕.นาง สิน ๖.นายมี ๗.นางขำ ๘.นายพลอย ๙.หลวงพ่อปลื้ม หลวงปู่ศุขท่านไปอยู่กับลุงแฟง ที่ตำบลบางเขน จังหวัดพระนคร

มีอาชีพทำสวนเมื่อเจริญเติบโตเป็นหนุ่มได้มีภรรยา ชื่อสมบุญ และมีบุตร ๑ คนชื่อนายสอน เกสเวชสุริยา เมื่ออายุประมาณ ๒๕ ปีหลวงปู่ศุขได้อุปสมบทที่วัดบางเขน(หรือปัจจุบันชื่อว่า วัดโพธิ์ทองล่าง จังหวัดนนทบุรี)

โดยมีพระครู เชย จนฺทสิริ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระถมยา เป็นพระคู่สวดเมื่ออุปสมบทแล้วได้ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยและพระกํมมัฏ ฐานอยู่กับพระอุปัชฌาย์และ หลวงปู่ศุขก็ได้ลาพระอุปัชาฌาย์ออกธุดงค์ตามป่าเขาลำเนาไพรทั่วทุกภูมิภาค เพื่อเจริญจิตภาวนาและแสวงหาครูอาจารย์ที่มีวิชาอาคมแก่กล้าตามสถานที่ต่างๆ

ทำให้หลวงปู่ศุขมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วทุกสารทิศเรื่องวิชาอาคมเข้ม ขลัง และเมื่อท่านเดินธุดงค์ไปภาคเหนือก็แวะเยื่ยมโยมพ่อโยมแม่ที่ ตำบลมะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท โดยไปพักที่วัดร้างแห่งหนึ่งชื่อ “วัดอู่ทอง” โยมแม่ของท่านจึงนิมนต์ให้ท่านจำพรรษาที่วัดร้างแห่งนั้น เพื่อโปรดโยมแม่และญาติ

Reverend Grandfather Sukanam, formerly Suk Ketwet, later his grandchildren used the surname Kesawet Suriya, he was born on Monday, the fourth month of the year, 2390 B.E., at Ban Makham Tao, Makham Tao sub-district, Wat Sing district Chainat, whose father’s name was Mr.Nuam and her mother’s name, Mrs. Thongdee, housed in Makham Tao District.

Wat Sing District, Chainat Province, with 9 brothers and sisters: 1. Luang Pu Suk 2. Mrs. Um 3. Mr. Rung 4. Mr. Khai 5. Mrs. Sin 6. Mr. Mi 7. Mrs. Khum 8. Mr. Ploy 9. Luang Happy father Luang Pu Suk Than went to live with Uncle Feng. At Tambon Bang Khen Phra Nakhon Province มา เก๊า 888

Having a career in gardening when he grew up as a young man, he had a wife named Somboon and had a child named Mr. Sorn Gesvejsuriya. Wat Pho Thong Lang Nonthaburi Province)

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพได้ที่ Google

สมเด็จพระพุฒาจารย์

หลวงปู่ศุข วัดมะขามเฒ่า

พระราชพรหมยาน

พระราชพรหมยาน เกิดเมื่อวันเสาร์ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2459 ตรงกับวันเสาร์ ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 8 ปีมะโรง ที่ตำบลสาลี อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี ในครอบครัวของชาวนาซึ่งมีฐานะค่อนข้างดี

บิดาชื่อ นายควง สังข์สุวรรณ มารดาชื่อนางสมบุญ สังข์สุวรรณ ท่านเป็นบุตรคนที่ 3 จากพี่น้องร่วมบิดามารดาจำนวน 5 คน

ก่อนที่พระราชพรหมยานจะเกิดนั้น มารดาของท่านฝันว่า เห็นพระพรหมมีสีเหลืองเป็นทองคำเหมือนพระพุทธรูป นอนลอยไปในอากาศ มีเพชรประดับแพรวพราวทั้งตัว เข้าทางหัวจั่วด้านทิศเหนือ เข้ามานั่งที่ตักท่าน มารดาก็กอดไว้ แล้วก็หายเข้าไปในกาย เมื่อเกิดมาใหม่ ๆ

พ.ศ. 2466 อายุ 7 ขวบ เข้าเรียนหนังสือที่โรงเรียนประชาบาลวัดบางนมโค อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จนจบชั้นประถมปีที่ 3

พ.ศ. 2474 อายุ 15 ปี อาศัยกับท่านยายที่บ้านหน้าวัดเรไร อำเภอตลิ่งชัน จังหวัดธนบุรี ได้ศึกษาวิชาแพทย์แผนโบราณ

พ.ศ. 2476 อายุ 17 ปี ช่วยราชการปราบกบฏบวรเดช

พ.ศ. 2478 อายุ 19 ปี เข้าทำงานเป็นเภสัชกรทหาร สังกัดกรมการแพทย์ทหารเรือ (ปัจจุบันคือโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า)

พ.ศ. 2479 อายุ 20 ปี อุปสมบทเป็นภิกษุเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2479 เวลา 13.00 น. ที่พัทธสีมาวัดบางนมโค อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีพระครูรัตนาภิรมย์ (อยู่ ติสฺโส) เจ้าอาวาสวัดบ้านแพน

เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูวิหารกิจจานุการ (ปาน โสนนฺโท) เจ้าอาวาสวัดบางนมโคเป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ พระอาจารย์เล็ก เกสโร วัดบางนมโค เป็นพระอนุสาวนาจารย์

Royal brahma

Royal brahma Born on Saturday, July 8, 1916, on Saturday, 9 lunar months, 8 years of the golden dragon at Salee Subdistrict, Bang Plama District Suphanburi In the family of farmers who are quite wealthy

Father’s name is Mr. Khuang Sang Suwan, mother’s name is Mrs. Somboon Sangsuwan, he is the third child from five brothers

Before the royal brahma was born Your mother dreamed that Saw Brahma in yellow with gold like a Buddha image Lying in the air With all the dazzling miniatures Into the head gable on the north side Come and sit at his lap Mother hugged And then disappeared into the body When new born

1923, age 7, attended Prachaban School, Bang Nom Kho Temple, Sena District, Ayutthaya Province. Until the end of grade 3

1931, age 15, living with Grandmother at Ban Na Raerai Temple Taling Chan District Thonburi Studied traditional medicine

1933, age 17, helps the government to defeat the Bowon Dech rebellion

1935, age 19, worked as a military pharmacist. Under the Royal Thai Navy Medical Department (Now Somdet Phra Pinklao Hospital) มา เก๊า 888

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพได้ที่ Google 

อาจารย์ประจวบ คงเหลือ

อาจารย์ประจวบ คงเหลือ เป็นชาวพัทลุงโดยกำเนิด ท่านเกิดและเติบโตที่บ้านโคกวัด หมู่ที่ ๓ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง บิดาของท่านเสียชีวิตตั้งแต่ท่านยังเล็ก ๆเมื่ออายุท่านได้ ๑๒ ปี

มารดาแต่งงานและย้ายครอบครัวไปอยู่กับสามีใหม่ที่อำเภอทุ่งสงจังหวัดนครศรีธรรมราช เด็กชายประจวบไม่สามารถอยู่กับพ่อเลี้ยงได้จึงต้องอาศัยอยู่กับญาติ ที่บ้านเดิมและกลับมาอยู่บ้านคนเดียวบ้าง ญาติๆ เล็งเห็นว่าเป็นการลำบากมาก

จึงจัดการให้บวชเป็นสามเณรที่วัดสุวรรณวิชัย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง โดยมีพระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระพุทธิธรรมธาดาอดีตรองเจ้าคณะจังหวัดพัทลุงและเจ้าอาวาสวัดสุวรรณวิชัยบรรพชาให้บวชเป็นสามเณรแล้วอยู่ศึกษาพระปริยัติธรรมในสำนักวัดสุวรรณวิชัย

สอบได้นักธรรมชั้นเอกสามเณรประจวบนั้นมีความสนใจในเรื่องไสยเวทตั้งแต่บวชเป็นสามเณรเนื่องจากว่าได้อาศัยอยู่กับพระหลวงตารูปหนึ่งซึ่งมีความสนใจในเรื่องไสยศาสตร์และเป็นผู้ที่มีหน้าที่เก็บรักษาตำราไสยศาสตร์ของวัดซึ่งเก็บรักษากันมานานหลวงตารูปนั้นคือพระปลัดเล็ก รัตนโชโต

เมื่อสามเณรประจวบอาศัยอยู่ด้วยพระปลัดเล็กก็มอบหน้าที่ให้ทำความสะอาดกุฎิที่เก็บตำราโบราณเหล่านั้นสามเณรประจวบเห็นเข้าก็อยากรู้ว่าเป็นอะไรเมื่อทราบว่าเป็นตำราศักดิ์สิทธิ์ที่บรรจุไสยเวทไว้ก็อยากเรียนแต่ก็เรียนไม่ได้เพราะตำราเหล่านั้นส่วนใหญ่จะถูกจารึกเป็นภาษาขอมและตอนนั้นผู้ที่รู้ภาษาขอมก็มีน้อยเหลือเกินแล้วในวัดสุวรรณวิชัยเองก็มีเพียงพระปลัดเล็กเท่านั้น  มาเก๊า888

Teacher Prachuap Remains is a native of Phatthalung. He was born and raised at Ban Khok Wat, Village No. 3, Khuan Khanun District, Phatthalung Province. His father died when he was young. When he was 12 years old

The mother married and moved the family to live with her new husband in Thung Song District, Nakhon Si Thammarat Province. Prachuap boy could not live with his stepfather and therefore had to live with relatives. At the same house and came home alone, relatives saw that it was very difficult.

Therefore arranged to ordain as a novice at Wat Suwan Wichai, Khuan Khanun District, Phatthalung Province With Phra Dech, Chao Khun Phra Putthi Thammathada, former deputy priest of Phatthalung Province and Abbot of Wat Suwanwichai, ordained as a novice, is already studying the Buddha’s teachings in the Wat Suwanwichai school

When the novice Prachuap lived with the young monk, he was entrusted with the task of cleaning the Kuti that kept those ancient texts. The novice Prachuap wanted to know what it was.

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพได้ที่ Google

อาจารย์ประจวบ คงเหลือ

พ่อเที่ยง น่วมมานา

 

หลวงพ่อปาน

หลวงพ่อปาน เกิดเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2418 ในสมัยรัชกาลที่ 5 โยมบิดาชื่อ อาจ โยมมารดาชื่อ อิ่ม นามสกุล สุทธาวงศ์ ที่ย่านบางนมโค จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยอาชีพทางครอบครัว คือ ทำนา ครอบครัวของท่านนับได้ว่าเป็นครอบครัวที่ค่อนข้างมีฐานะ สมัยนั้นเขายังมีทาสกันอยู่ ที่บ้านท่านก็มีทาส เมื่อตอนท่านเกิดมา มีปานแดงอยู่ที่นิ้วก้อยมือซ้ายตั้งแต่โคนนิ้วถึงปลายนิ้วคล้ายปลอกนิ้ว โยมบิดาจึงตั้งชื่อท่านว่า “ปาน”

ประวัติของท่านในวัยเด็ก เมื่อตอนอายุสัก 3 – 4 ขวบ ก็มีเหตุที่ทำให้ท่านได้ยินคำว่า “พระอรหัง” เป็นครั้งแรก โดยในเรื่องนี้ท่านเล่าให้หลวงพ่อพระราชพรหมญาณ (วีระ ถาวโร หรือ หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ) ซึ่งหลวงพ่อพระราชพรหมญาณ (ซึ่งต่อๆ ไปในนี้จะเรียกสั้น ๆ ว่า หลวงพ่อฤๅษีฯ )

ท่านยืนฟังอยู่ใต้ถุน ก็สงสัยว่า เขาว่าอรหังกันทำไม พอท่านสงสัยก็ย่องขึ้นไปที่หน้าบันไดชานเรือน พอท่านขึ้นไป ก็เห็นคนเขาเอาปากกรอกไปที่ข้างหูของคุณย่าท่าน บอก “แม่ แม่ อรหังนะ อรหัง” แต่ว่าพอเขามองเห็นท่านเข้าไป เขาก็ไล่ท่านไป ท่านก็เลยไปเล่นใต้ถุนบ้านอื่น พอมาถึงตอนเย็นเวลากินข้าว ท่านแม่ก็เรียกลูกกินข้าว

เรียนวิชาปริยัติธรรมกับพระอาจารย์จีน ที่วัดเจ้าเจ็ด ด้วยเหตุที่หลวงพ่อสุ่นท่านได้ถ่ายทอดวิชาต่างๆ ให้จนหมดสิ้นแล้ว ท่านจึงแนะนำให้มาเรียนปริยัติธรรมที่วัดเจ้าเจ็ด กับพระอาจารย์จีน

จากปากคำของชาวบ้านแถบวัดเจ้าเจ็ด และผู้ที่เคยไปเรียนกับพระอาจารย์จีนได้ให้ปากคำตรงกันว่า พระอาจารย์จีนเป็นคนโมโหร้าย เวลาโมโหแล้วยั้งไม่อยู่ ปากว่ามือถึงเวลาสอนใคร ถ้าลูกศิษย์ทำไม่ถูกต้องตามใจที่สอนไปแล้ว กลัวว่าจะไปทำร้ายลูกศิษย์เข้า ท่านจึงได้สร้างกรงใหญ่ขึ้นสำหรับขังตัวท่านเองเวลาสอนหนังสือ โดยให้ลูกศิษย์เป็นคนใส่กุญแจขังแล้วเก็บกุญแจไว้

หลวงพ่อปานท่านมีความมานะพยายามเป็นที่ตั้ง ท่านต้องพายเรือมาเรียนหนังสือที่วัดเจ้าเจ็ดทุกวัน เวลาพายเรือไปเรียนท่านก็จะท่องพระปาฏิโมกข์ และบทเรียนที่อาจารย์สอนจนขึ้นใจ พอเวลาเรียน อาจารย์ถามอะไรก็ตอบได้ถูกต้อง เป็นที่พอใจแก่อาจารย์ยิ่ง

History of him in childhood At the age of 3 – 4 years, there was a reason why he heard the word “Phra Arahang” for the first time. In this story, he told Luang Pho Phra Rachaphommyan (Virathawaro or Luang Por Ruesi Ling Dam), which Luang Pho Phra Rachaphommyan (hereinafter referred to as Luang Pho Ruesi)

He stood listening under the basement and wondered why they aroused each other. When he was in doubt, he sneaked up to the front of the porch stairs, when he went up, he saw a person who put his mouth into his grandmother’s ear and said

“Mother, Arahang, Arahang” but when he saw him He dismissed you. So he went to play under another house. When it arrived in the evening, it was time to eat. Mother called the child to eat.

Study meditation with a Chinese teacher At Wat Chao Chet Because Luang Por Sun has conveyed various subjects Until the end He therefore recommends that he come to study Dhamma at Wat Chao Chet With a Chinese teacher databet88

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพได้ที่ Google

หลวงกลั่น ธมฺมโชติ

หลวงพ่อครูบาวัง พรหมเสโณ

 

ท่านพ่อลี ธัมมธโร

ท่านพ่อลี ธัมมธโร เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่๓๑มกราคมพ.ศ. ๒๔๔๙เวลา๒๑.๐๐น. ตรงกับวันแรม๒ค่ำเดือนยี่ปีมะเมียณบ้านหนองสองห้องตำบลยางโยภาพอำเภอม่วงสามสิบจังหวัดอุบลราชธานีนามเดิมของท่านคือ “ชาลี” ท่านเป็นบุตรนายปาวนางพ่วยนารีวงศ์อาชีพทำนามีพี่น้อง ๙ คน

คนเป็นชาย๕หญิง๔มารดาท่านถึงแก่กรรมเมื่อท่านอายุเพียง๑๑ปีท่านมีโอกาสศึกษาเล่าเรียนเมื่ออายุได้๑๒ปีผลการเรียนไม่ค่อยดีนักเพราะท่านต้องช่วยบิดาทำนาพออายุ๑๗ปีท่านจำต้องออกจากโรงเรียน ท่านพ่อลีมีอุปนิสัยชอบทำบุญมาตั้งแต่เป็นเด็กพอถึงวันพระ

ท่านก็อยากไปทำบุญที่วัดแต่บิดาท่านไม่ใคร่สนใจเรื่องทำบุญสุนทานทำให้ท่านขัดใจกับโยมพ่อบ่อยๆเพราะโยมพ่อต้องการให้ท่านทำการค้าที่ท่านไม่ชอบเช่นซื้อหมูมาขายซื้อวัวมาขายบางวันท่านนั่งร้องไห้คนเดียวกลางทุ่งนา

ต่อมาโยมพ่อได้ภรรยาใหม่ชื่อ “ทิพย์” จึงไม่ใคร่ดุว่าท่านเหมือนเมื่อก่อนทำให้ท่านมีโอกาสไปทำบุญที่วัดสมความตั้งใจสบายใจขึ้นมาก.พอดีอายุครบ๒๐ปีตรงกับพ.ศ. ๒๔๖๘ แม่ทิพย์ได้ถึงแก่กรรมหลังจัดงานศพแล้วท่านพ่อปรารภเรื่องบวชพี่น้องทุกคนเห็นด้วยโดยเฉพาะโยมพ่อทำให้ท่านได้บวชสมความปรารถนาณ บ้านเกิดมีเพื่อนๆอีก ๘ คน

ได้บรรพชาอุปสมบทเป็นพระภิกษุพร้อมกันในวันขึ้น๑๕ค่ำเดือน ๖ ในพรรษาแรกท่านพ่อลีได้ศึกษาและตรวจค้นดูธรรมวินัยแล้วรู้สึกยุ่งยากลำบากใจเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากวัดที่ท่านบวชพระภิกษุและสามเณร

Father Lee Thamtharo was born on Thursday, January 31, 1957. 2449 time 21.00 It coincides with the 2 waning days of the Yi Year of Maia at Ban Nong Song Hong, Yang Yorapab Subdistrict, Muang Sam Sip District, Ubon Ratchathani Province.His original name is “Charlie”. He is the son of Mr. Pao, Mrs. Pauanaree Wong.

People were 5 males and 4 females. His mother passed away when he was only 11 years old. He had the opportunity to study when he was 12 years old. His grades were not very good because he had to help his father farm. When he was 17, he had to leave school. Father Lee has a habit of making merit since he was a child.

He also wants to go to the temple to make merit, but his father does not care about making merit, causing him to often distress him because his father wants him to do a trade that he does not like, such as buying pigs for sale, buying cows for sale. Weep alone in the field

Later, the father got a new wife named “Thip”, so he did not disagree that he was like before, giving him the opportunity to make merit at the temple with greater determination. In 2468, Mae Thip passed away after the funeral. Father praised the ordination of the siblings, all of whom agreed, especially Yom Papa. The hometown has 8 other friends.

Having ordained as a monk at the same time on the fifteenth day of the 6th month of the first year, Father Lee has studied and examined the dharma and felt very difficult because of the temple where he ordained monks and novices.

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพได้ที่ Google

หลวงกลั่น ธมฺมโชติ

หลวงพ่อครูบาวัง พรหมเสโณ

พระอาจารย์วิรัตน์ ฐานวโร

พระอาจารย์วิรัตน์ ฐานวโร ท่านเกิดเมื่อ วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2501 บิดาชื่อ ผล มารดาชื่อ โถ นามสกุล นพคุณ ปัจจุบันอายุ 59 ปี พระอาจารย์บวชครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2521 โดยมี พระครูสมุทรธรรมสุนทร (หลวงปู่สุด) วัดกาหลง สมุทรสาคร เป็นพระอุปัชฌาย์และได้อยู่จำพรรษาที่วัดศรีสุทธาราม(กำพร้า)

ได้ศึกษาวิชาอาคมและกรรมฐานจากหลวงปู่มณี อมโร (ศิษย์หลวงปู่รอด) และท่านไปขอเรียนกรรมฐาน กับพ่อเที่ยง น่วมมานา (พระอาจารย์ได้ไปสักยันต์กับพ่อเที่ยง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 เมื่อครั้งยังเป็นสามเณร) เมื่อบวชพระก็ได้ไปขอศึกษา วิชากรรมฐาน กับพ่อเที่ยง แต่ท่านไม่ขึ้น (ครอบ) กรรมฐานให้เอง แต่พาไปหาปู่ชิด

อาจารย์พ่อเที่ยง เป็นผู้ขึ้นครอบกรรมฐานให้และพ่อเที่ยงเป็นผู้แนะนำรายละเอียดเคล็ดวิชาให้อีกทีหนึ่ง แต่ท่านก็บวชได้ไม่นาน ท่านต้องสึกจากพระไปทำงานเลี้ยงบิดามารดาและไปเป็นทหารอยู่ 2 ปี เมื่อออกจากทหาร ท่านได้ไปเรียนวิชาอาคมกับพ่อเที่ยง พ่อเที่ยงสอนวิชาต่างๆให้ และได้ครอบเข็มสักให้

ท่านได้ไปช่วยสักยันต์ในงานไหวครูอยู่หลายปี จนถึง พ.ศ. 2529 ท่านได้อุปสมบทอีกครั้ง โดยมีพระรามัญมุนีสมัย วัดป้อมวิเชียรโชติ-การาม อดีตเจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร เป็นพระอุปัชฌาย์

Phra Ajarn Wirat Thanavaro, you were born on April 1, 1958, father’s name, Phol, mother’s name, Tho, last name Noppakhun, at present age 59 years. Luang Pu Sud), Kalong Temple, Samut Sakhon, was the preceptor and lived in the Buddhist Lent at Wat Si Suttharam (Orphan).

Has studied magic and meditation from Luang Pu Mani Amaro (Disciple Luang Pu Rod) and he went to ask to learn meditation with Father Thien Nummana (Phra Ajarn had tattooed a talisman with Father Thiang since 1973 when he was still Being a novice) when ordained a monk, he went to ask to study meditation with Father Thiang, but he did not (cover) meditation for himself. But brought it to my grandfather

Teacher Father Thiang He is the master of meditation and Father Thieng is the one who recommends the details of the subject. But he was not ordained for long You have to leave the monk to work for your parents and go to the military for 2 years when leaving the military. He went to study magic with Father Thiang. Father Thiang teaches various subjects for And covered the tattoo needle for

He went to help a talisman in the work of the teacher for many years until 1986, he ordained again. With Raman Muni Samai Wat Pom Wichian Chot-Karam Former priest of Samut Sakhon Province Preceptor

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพได้ที่ Google  ยูฟ่าเบท

หลวงปู่แสง พระครูอุดมรังษี

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

พระอาจารย์วิรัตน์ ฐานวโร

พระอาจารย์ประสูติ ปิยธัมโม

พระอาจารย์ประสูติ ปิยธัมโม วัดในเตา(วัดถ้ำพระพุทธโกษีย์) นับเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาก ท่านหนึ่งในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ถ้ามีพิธีพุทธาภิเษกใหญ่ๆ จะต้องมีอาจารย์ประสูติ

ร่วมพิธีด้วยเสมอ พระเครื่องและวัตถุมงคลที่ท่านสร้างมีเยอะมากพอสมควร แต่จำนวนการสร้างแต่ละอย่างจะไม่มากนักแต่หลากหลาย เครื่องรางของขลัง ที่ท่านสร้างออกมาจะเป็นที่ต้องการของลูกศิษย์

หุ่นพยนต์ รุ่นแรก ที่เป็นตะกรุดจะหายากมากไม่ค่อยมีหมุนเวียนในสนามพระ พระอาจารย์ประสูติ มีความเชี่ยวชาญในศาสตร์วิชาการผูก หุ่นพยนต์ ซึ่งหุ่นพยนต์ ของอาจารย์ประสูติจะเป็นได้ทั้งหญิงและชาย

ประวัติพระอาจารย์ประสูติ หมู่ที่ 1 ต.ในเตา อ.ห้วยยอด จ.ตรัง เป็นวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากวัดหนึ่ง เป็นสายสำนักเขาอ้อ ซึ่งพระอาจารย์ประสูติ เป็นเจ้าอาวาส วัดในเตา หลวงพ่อประสูติ

ถือได้ว่าเป็นพระนักปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน ที่มีความเคร่งครัดในพระธรรมวินัยและหลวงพ่อประสูติ เป็นพระนักพัฒนา ทำให้เป็นที่นับถือศรัทธาจากชาวบ้าน

Phra Ajarn Prasut Piyathammo, Nai Tao Temple (Wat Tham Phra Phutthakosi), is a very famous monk. One person in the past 4-5 years, if there was a large Putthaphisek ceremony Must have a Nativity teacher

Always attend the ceremony There are quite a lot of amulets and sacred objects that you create. But the number of individual builds is not huge, but varied. Amulet That you create will be needed by the disciples

The first robot model that was Takrud is very rare and rarely circulates in the Buddha field. Phra Ajahn Nativity With expertise in the science of robot tying which Of the Nativity teacher can be both female and male

History of Phra Ajarn Prasut, Village No. 1, Nai Tao Sub-district, Huai Yot District, Trang Province is a very famous temple. Is the branch of Khao Or In which the teacher was born Is the abbot of Wat Nai Tao, Luang Phor Prasut

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพได้ที่ Google ยูฟ่าเบท

หลวงปู่แสง พระครูอุดมรังษี

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ

หลวงปู่แสง พระครูอุดมรังษี

หลวงปู่แสง พระครูอุดมรังษี เกิดเมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ.2454 บ้านโพนตูม อำเภอนาแก ตำบลก้านเหลือง จ.นครพนม พระมหาเถระรูปนี้เป็นอดีตเจ้าคณะตำบลก้านเหลือง บรรพระชา บวชเมื่ออายุ 19 ปี ที่วัดศรีสำราญๆ ต.ก้านเหลือง จ.นครพนม พระอุปัชฌายะ พระอินทร์

บวชเณรหน้าไฟ ตอนอายุ 19 หลังจากบวชส่งศพคุณตาสู่จิตกาธารแล้ว ท่านจะสึก เจ้าอาวาสไม่ยอมสึกให้ ท่านจึงธุดงค์ไปทาง ขอนแก่น บ้านไผ ร้อยเอ็ด จนถึงอำเภอเขมราฐ ใช้เวลา 7 เดือน พร้อมอุปสมบทเป็นพระ ภิกษุ ฉายา จนฺทวํโส นามพระอุปัชฌายะ พระครูบริหารเกษมรัฐ วัดบ้านแก้ง อำเภอเข็มราช จังหวัดอุบลราชธานีทีนี้หลวงปู่แสง เป็นพระป่ากรรมฐานศิษย์สาย

หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล
หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต
สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสฺโส)
หลวงปู่สิงห์ ขนฺตยาคโม

ได้ใช้เวลาเล่าเรียน นักธรรมตรี โท เอก จนสำเร็จ หลวงปู่แสง จนฺทวํโส เป็นพระภิกษุผู้ปฏิบัติชอบตามพระธรรมวินัย เอาใจใส่การศึกษาปฏิบัติธรรม มีความรู้ความเห็นลึกซึ้ง

เพียงท่านจับมือใครคนนั้น ท่านจะรู้หมดทุกเรื่องในตัวคนนั้น และท่านจะบอกเรื่องดีๆให้แก่คุณเจริญรุ่งเรือง ท่านอยู่ในยุคราชการที่ 6 หลวงปู่แสงน่าจะเป็นพระมหาเถระ ที่มีอายุ 88 พรรษา

Reverend Grandfather Saeng Phrakhru Udomrangsee Born on March 10, 1911, Ban Phon Tum, Na Kae District, Kan Lueang Subdistrict, Nakhon Phanom Province, Phra Maha Thera is a former monk in Kan Lueang Subdistrict, Ban Ra, was ordained at the age of 19 at Sri Samran San Temple, Kan Lueang Subdistrict, Nakhon Phanom Province. Preceptor Indra

Ordained a novice at the age of 19. After the ordination sent Grandpa’s body to the mind, he would feel the abbot did not feel. He then took a pilgrimage to Khon Kaen, Ban Phai Roi-et to Khemarat district, took 7 months and was ordained as a monk, nicknamed Thavasonam, the preceptor. Phra Kru, Kasem State Administration, Ban Kaeng Temple, Khem Rat District, Ubon Ratchathani Province. Is a monk

Reverend Grandfather Satkantsilo
Luang Pu Man Phuritto
Somdet Phra Maha Wirawong (Kuantisso)
Reverend Grandfather Singkhan Tayak Mo

Has spent time studying the Dharma Master until successful. Pay attention to education and practice. Having profound knowledge

Just take that person’s hand You will know everything about him. And you will tell good things for you to prosper He is in the 6th governmental era, Luang Pu Saeng is likely to be Maha Thera at the age of 88 years.

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพได้ที่ Google ยูฟ่าเบท

หลวงปู่แสง พระครูอุดมรังษี

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ