หลวงพ่อสุด วัดกาหลง

หลวงพ่อสุด วัดกาหลง พระเกจิดัง จอมโจรที่ตี๋ใหญ่ศรัทธา หลวงปู่สุด วัดกาหลง ต.กาหลง อ.เมือง จ.สมุทรสาคร หรือ หลวงพ่อสุด พระครูสมุทรธรรมสุนทร

ท่านเป็นอาจารย์ของ ตี๋ใหญ่ จอมโจรในอดีต ท่านเป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดกาหลง จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

ที่เป็นที่นับถือของชาวสมุทรสาคร แล้วท่านก็ยังเป็นเข้าของยันต์ตะกร้อที่ทำให้อยู่ยงกระพันชาตรี

หลวงพ่อสุด วัดกาหลง เกิดในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมือ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2445 ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณรตอนเมื่ออายุ 16 ปี

มีพระครูเม้าเป็นพระอุปัชฌาย์ ต่อมาท่านได้เป็น เจ้าอาวาสวัดกาหลง และได้รับสมณศักดิ์ เป็นพระครูสมุทรธรรมสุนทร

ท่านเป็นผู้ที่แก่กล้าทั้งทางด้านคาถา อาคมและทางด้านธรรมปฏิบัติ จวบจนท่านมรณภาพเมื่ออายุ14สิงหาคม พ.ศ.2526 สิริรวมอายุได้ 81ปี

Reverend Father Sud, Kalong Temple, Reverend Monk, Thief of the Great Tee, Reverend Grandfather Sud, Kalong Temple, Muang District, Samut Sakhon Province or Reverend Father Kru Samut Thamsoonthorn

He is the teacher of Tee Yai, the thief. In the past, he was a former Abbot of Kalong Temple in Samut Sakhon, a famous monk of Rattanakosin.

Reverend Father Sud, Kalong Temple, was born in the reign of King Chulalongkorn on 7 May 1902. He was ordained as a novice at the age of 16 years.

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพได้ที่ Google

อาจารย์ป่อง น่วมมานา

พระขุนแผน

หลวงพ่อเกษม

หลวงพ่อสุ่น

หลวงพ่อสุ่น ผู้ที่พอจะรู้เรื่องของหลวงพ่อบ้างต่างก็เสียชีวิตกันหมดแล้ว

ประมาณอายุของท่านในตอนที่ได้ถ่ายรูปนั้น ก็พอจะคาดเดาเอาว่าท่านน่าจะเกิดในราวปี พ.ศ.๒๓๕๘ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓

(แต่มีผู้ที่ได้สันนิษฐานแตกต่างออกไป คือสันนิษฐานว่าหลวงพ่อสุ่น ท่านน่าจะเกิดราวๆ ปีพ.ศ.๒๓๖๙-๒๓๗๓ เพราะว่าท่านเป็นสหธรรมิก หลวงพ่อปั้น วัดพิกุลฯ

(เกิด ๒๓๗๖ มรณภาพ ๒๔๕๖) และ หลวงพ่อเนียม วัดน้อย (เกิด ๒๓๗๑ มรณภาพ ๒๔๕๑) น่าจะอายุอานามใกล้เคียงกัน

หลวงพ่อสุ่นท่านเป็นพระวิปัสสนากรรมฐานผู้ทรงอภิญญา มีวิชาอาคมไสยเวทย์เปี่ยมล้น

นอกจากนี้ยังเป็นพระหมอรักษาไข้ ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนแก่สาธุชนทั่วไปอีกด้วย

มีผู้มาบวชกับหลวงพ่อสุ่นอยู่มาก และหลวงพ่อสุ่น ท่านก็เป็นพระอุปัชฌาย์ของหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค

เมื่อหลวงพ่อปานอายุครบบวช บิดาของท่านก็นำท่านมาขอบวชกับหลวงพ่อสุ่นที่วัดบางปลาหมอ

History of Luang Pho Soon Bang Pla Mor Temple is very fuzzy.

Only telling stories Well again, almost impossible to find any details. This is because in the days when no one had recorded any

Someone who knows enough about Luang Por has died.

About your age at the time you take that photo It is enough to speculate that you should be born around the year 2358 during the reign of King Nang Klao, Rama 3.

(But there are people who have different assumptions Is assumed that Reverend Father Soon You should be born around 2369 – 2373 B.E. Because he is a good friend of Luang Pho Pan, Phikun Temple

(Born 2376, passed away in 1813) and Reverend Father Niam, Wat Noi (born 2371 passed away in 2451) should be of similar age

Reverend Father Sun, he is the Vipassana who meditated. There are magic occult magic overflowing

In addition, he is a fever doctor. Help alleviate the suffering of general people as well

There are many monks and Luang Pho Soon. And Luang Pho Soon He is the preceptor of Luang Pho Pan Bang Bang Ko Temple.

When Luang Pho Pan was ordained His father brought him to ordain with Luang Por Soon at Wat Bang Pla Mor.

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพได้ที่ Google

อาจารย์ป่อง น่วมมานา

พระขุนแผน

หลวงพ่อเกษม

พ่อพัฒน์ โต๊ะทอง

พ่อพัฒน์ โต๊ะทอง เกิดเมื่อวันอังคารที่ ๑๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๙๐ ปีกุน เป็นบุตรคุณปู่เปรื่อง

คุณย่าทองอยู่ โต๊ะทอง ณ อำเภอบางซ้าย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีพี่น้องร่วมท้องเดี่ยวกัน ๙ คน พ่อพัฒน์เป็นบุตรคนที่ ๙ เป็นคนสุดท้อง ซึ่งอยู่ในครอบครัวหมอยาแผนโบราณ

เมื่ออายุได้เข้าเกณฑ์ ๗ ปี ได้เข้ารับการศึกษา จนจบชั้นประถม ปีที่ ๔ หลังจากได้จบการศึกษาแล้วนั้นท่านมีความสนใจ ในการรักษาต่างๆ ของปู่เปรื่องเป็นอย่างมาก เลยได้ทำการขอ ปู่เปรื่องร่ำเรียนในขณะนั้นพ่อพัฒน์

ได้มีอายุ ๑๑ ปี ปู่เปรื่องท่านยังไม่ได้สอนให้ เนื่องจากอายุยังน้อย และจะลองดูว่าพ่อพัฒน์จะสนใจจริงๆหรือไม่ แต่ได้พาพ่อพัฒน์ ไปบวชสามเณร ที่จังหวัดสุพรรณบุรี

อยู่ในเขตใกล้บ้านท่าน จวบจนเวลาผ่านมาอีก ๒ ปี พ่อพัฒน์ ได้สิกขาลาเพศจากสามเณร ก็ยังมีความสนในที่จะขอเรียนตำรายาจากปู่เปรื่องอีก

ปู่เปรื่องท่านจึงตัดสินใจให้ พ่อพัฒน์ รับสืบทอดให้เป็นหมอยา ตั้งแต่อายุ ๑๓ ปี พ่อพัฒน์ท่านมีความขยันหมั่นเพียร ที่จะจดจำ ตำรับตำรา และวิธีการต่างๆ ในการรักษา ถึงจะเป็นเกล็ดเล็กน้อย ท่านก็จะถามปู่เปรื่องตลอด จนชำนิชำนาน ในการรักษา เป็นอย่างดี

จวบจนอายุครบ ๒๑ ปี ได้เข้ารับการเกณฑ์ทหารเพื่อรับใช้ชาติ อยู่ในสกัด ทหารม้ารักษาพระองค์ ในปีที่ ๒ พ่อพัฒน์ได้รับให้เป็นครูฝึกทหารใหม่ จนปลดประจำการ หลังจากปลดประจำการมาแล้ว พ่อพัฒน์ได้เดินทางมาหางานทำในเขต จังหวัดสมุทรปราการ เป็นระยะเวลา ๘ ปี

ด้วยอุปนิสัยเป็นคนอารมร้อน เกกมะเหรก เกเร ส่ำมะเลเทเมา ตีลั่นฟันแทงไปทั่ว ค่ำไหนนอนนั้น ตามฟุตบาทข้างทางก็นอน เลยทำให้ท่านมีเพื่อนฝูง เป็นจำนวนมาก ใครจะมาละร่านท่านและเพื่อนๆไม่ได้ เพราะเป็นคนรักเพื่อนมาก จนมาวันหนึ่งมีคู่อริมาหาเรื่องท่านและเพื่อน

ช่วงที่กำลังชุลมุนอยู่นั้นท่านเหลือบไปเห็นว่าเพื่อนกำลังจะโดนฟัน ท่านจึงเอาตัวเข้าไปขวาง แล้วเอามือซ้ายขึ้นรับมีดแทนเพื่อน จึงเป็นเหตุให้เส้นเอ็นข้อมือข้างซ้ายขาด จนทำให้ใช้งานไม่ได้

หลังจากรักษาตัวหาย ท่านคิดที่จะเลิกกินเหล้า เลิกเกเร ท่านคิดอยากจะบวชเพื่อทดแทนคุณบิดามารดา เลยได้ตัดสินใจบวช ในปี พ.ศ. ๒๕๒๕ ที่วัดไตรสามัคคี ตำบลบางเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ

ได้รับฉายา รกฺขิตสีโร แปลว่า ผู้มีบารมีธรรม เมื่อพระภิกษุพัฒน์ ได้เข้าร่มกาสาวพัสตร์ ท่านเป็นผู้ว่าง่าย สอนง่าย ต่อพระอุปัชฌาย์ ครูอาจารย์ ในการศึกษาพระธรรม และการศึกษาปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน จนมีสมาธิสงบเยือกเย็น ลำดับหนึ่ง

พอถึงพรรษาที่ ๒ พระอาจารย์พัฒน์ได้คิดถึงสมัยที่โดนฟันที่ข้อมือซ้าย ทำให้เส้นเอ็นขาด เลยคิดว่าถ้าท่านมีวิชาคงจะป้องกันตัวเองได้

อยากเรียนวิชาในสายคงกะพันอย่างจริงจัง พอถึงเวลาหัวค่ำปกติที่ท่านต้องสวดมนต์ทำวัตรเย็น และนั่งสมาธิเป็นประจำทุกวันนั้น ท่านจึง ตั้งจิตอธิฐานต่อองค์พระพุทธ

พระธรรม พระสงฆ์ ขอให้เจอครูบาอาจารย์ผู้เรืองเวทย์เรืองอาคม ท่านจะไปขอร่ำเรียนวิชา หลังจากนั้นไม่กี่วันก็ได้เจอ โยมน้อม เข้ามาทำบุญที่วัดไตรสามัคคี

พระอาจารย์พัฒน์ สักครู่หนึ่ง แต่ก็ยังไม่ได้รับเป็นศิษย์ พระอาจารย์พัฒน์ก็ยังไม่ได้เดินทางกลับวัด

ด้วยมีความตั้งใจอยากจะเรียนให้ได้ ก็เลยได้อาศัยชานพักหน้าบ้านปู่บุญ จำวัดเป็นเวลา 5 วัน ในเวลา 5 วันนั้นปู่บุญก็ทำอาหารถวายทุกวัน

ส่วนพระอาจารย์พัฒน์นั้นก็สวดมนต์ไหวพระนั่งสมาธิ เดินจงกรม ตลอดมิได้ลบเล้า ให้ปู่บุญลำคานใจแต่ประการใดเลย จนปู่บุญ เห็นความตั้งใจจริงของพระอาจารย์พัฒน์

เป็นผู้มีความวิริยะอุตสาหะ อดทน ถ้าสอนแล้ว น่าจะเป็นคุณประโยชน์สืบต่อไปเป็นแน่ในวันที่ 6 พูดคุยกับพระอาจารย์พัฒน์และโยมน้อม

ตั้งแต่นั้นมาพระอาจารย์พัฒน์ และ โยมน้อม ก็ได้ศึกษาสรรพวิชาต่างๆมาจากปูบุญ ด้วยที่พระอาจารย์พัฒน์เป็นคนขยันมั่นเพียร

Father Phat Toongthong was born on Tuesday, June 10, 1909, Year Kun is the son of Grandfather Prueng.

Grandma Yoo To Thong, in Bang Sai District, Phra Nakhon Si Ayutthaya Province Have 9 siblings. Father Phat is the ninth child, the youngest Which is in the family of Traditional Medicine

When he was 7 years old, he received education. Until the end of grade 4, after graduation, he is interested In various treatments Of great grandfather Therefore requested Grandfather Prueng studied at that time, Phat.

Was 11 years old. Grandfather Prueng, he has not taught Due to being young And will try to see if Father Phat is really interested or not But brought Phat Phat to ordain a novice in Suphan Buri Province

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพได้ที่ Google

อาจารย์ป่อง น่วมมานา

พระขุนแผน

หลวงพ่อเกษม

อาจารย์วี ศรีโฉมงาม

อาจารย์วี ศรีโฉมงาม ท่านเกิดเมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 4 กรกฎาคม 2502 (ปีชวด)

อาจารย์วี ศรีโฉมงาม

ภูมิลำเนา บ้านเลขที่ 189 หมู่ที่ 4 ต.ท้ายบ้าน อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ

มีพี่น้องจำนวน 5 คน อาจารย์วี เป็นบุตรคนที่ 3 ในบุตรและธิดาจำนวน 5 คน ประสบการณ์เรื่องเหนือธรรมชาติ ในวัยเด็ก เมื่อวัยเด็กนั้นท่านได้เกิดอาการเจ็บป่วยอย่างหนัก

แม่ของท่านได้นำท่านไปหาคนทรงตามความเชื่อของคนสมัยนั้น ท่านเล่าว่าคนทรงนั้น

เค้าทรงครูชื่อครูอรุณยจักร และเหตุการณ์ในวันนั้นคือ ครูอรุณยจักรท่านบอกว่า ฉันจะไปคุยกับเค้าให้

( คนที่จะมานำวิญญาณของอาจารย์วีไป ) และบอกว่าถ้าหากวันรุ่งขึ้น มีคนในคลองแสนสุข เสียชีวิต ตัวท่านจะรอด

ในวันรุ่งขึ้นก็มีคนเสียชีวิตจริง ๆ จากนั้นเอง อาการเจ็บป่วยของอาจารย์วีนั้น ก็ดีวันดีคืน โดยไม่ต้องไปหาหมอที่โรงพยาบาล หรือกินยาใดๆ เลย

เมื่อตอนอายุประมาณ 5 ขวบ มีหมอดูแขกขาวโพกผ้าบนหัว ได้เดินผ่านมาเห็นท่าน

และได้ทำนายลักษณะและใบหน้าของท่านไว้ว่า ในภายภาคหน้านั้น จะได้เป็นครูบาอาจารย์คน ผู้คนจะให้เคารพนับถือกราบไหว้

ต่อมาเมื่อช่วงวัยหนุ่ม อายุประมาณ 14-15 ปี ท่านเล่าว่า เหตุการณ์ในวันนั้น ท่านเห็นพ่อของท่านเมาสุรา และได้นำขวดน้ำอัดลมที่เป็นขวดแก้วตีหัวตนเอง

ท่านก็พยายามที่จะเข้าไปห้าม แต่ท่านก็ไม่กล้าเข้าไป เพราะท่านบอกว่าสมัยนั้นท่านค่อนข้างเกเร

อาจารย์วี ศรีโฉมงาม เริ่มไปสักยันต์และเรียนเวทมนต์คาถา อาจารย์วีท่านเริ่มไปรับการสักยันต์ครั้งแรก

เมื่ออายุประมาณ 17 ปี และได้ตระเวนไปสักตามสำนักต่างๆ ที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้น ตามคำแนะนำของรุ่นพี่และเพื่อน ๆ ในละแวกบ้านของท่าน ท่านเล่าว่าฉันก็ไปมาหลายที่เหมือนกัน

จากนั้นไม่นานท่านก็เริ่มสนใจที่จะศึกษา วิชาการสักยันต์ขึ้นมา โดยครูคนแรกที่ถ่ายถอดวิชาการสักยันต์

ให้ท่านคือคุณพ่อชื้น ผลโพธิ์ ท่านเล่าว่ากว่าคุณพ่อชื้นท่านจะรับเป็นศิษย์ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่เมื่อมีความตั้งใจจริง เทียวไปหาไปพบท่านจนพ่อชื้นท่านเมตตารับท่านเป็นศิษย์

พ่อชื้นบอกกับท่านว่าเอ็งต้องไปหาคนดำมาเรียนเป็นเพื่อนเอ็งเพราะอาจารย์วีท่านเป็นคนผิวขาว

เนื่องจากวิชานี้ต้องเรียนกันเป็นคู่ แต่ในท้ายที่สุด อาจารย์วีท่านก็ไม่สามารถหาคู่มาเรียนได้ จึงกลับมาบอกพ่อชื้นว่าท่านหาคนผิวดำมาเรียนด้วยไม่ได้

พ่อชื้นจึงบอกกับอาจารย์วีว่า ไม่เป็นไรมึงหาไม่ได้ก็แล้วแต่มึง ดูแลตัวเองเอาแล้วกันหลังจากนั้นพ่อชื้นก็ทำการครอบครูและประสิทธิประสาทวิชาให้กับ

ท่านอาจารย์วี ในวันเสาร์ห้า อาจารย์วีท่านได้เรียนกับคุณพ่อชื้น อยู่เป็นเวลาประมาณ 3 ปี จากนั้นคุณพ่อชื้นก็ได้เสียชีวิตลง

จากนั้นมาต่อวิชากับคุณตาสิทธิ์ พันสิทธ์ ซึ่งท่านเป็นลูกศิษย์ของครูแก้ว คำวิบูลย์ ท่านเล่าว่าวิชาอะไรที่ยังไม่ได้จากพ่อชื้น ก็มาเรียนต่อจากคุณตาสิทธิ์เพิ่มเติมจากนั้นก็ได้เรียนวิชาทำลูกสะกด จากคุณตาอู๊ด

ท่านเป็นหมอกลางบ้าน โดยท่านะทำหน้าที่รักษาโรค และตั้งศาลพระภูมิให้กับคนทั่วไป

ท่านได้เรียนยันต์ ตรีนิสิงเหหนึ่งชั้นและสองชั้น จากท่านอาจารย์บู่ พันสิทธิ์ และได้เรียนวิชาเสือสมิง และคาถานะหน้าทอง กับท่านอาจารย์ยูน ประสพแก้ว

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพได้ที่ Google

อาจารย์ป่อง น่วมมานา

พระขุนแผน

หลวงพ่อเกษม

ครูแก้ว คำวิบูลย์

ครูแก้ว คำวิบูลย์ ท่านเป็นหลานหลวงปู่ทอง วัดราชโยธาและเรียนวิชากับหลวงปู่ทอง

อีกสายนึงที่ท่านก็ศึกษาร่ำเรียนมาบางส่วนคือหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า

อาจารย์แก้วท่านเป็นหลานที่หลวงปู่ทองรักและไว้ใจ ท่านเรียนวิชาอาคมกับหลวงปู่ทองจนอายุ๑๙ ท่านได้อาสารับใช้ชาติเป็นทหารไปต่างประเทศ

จนท่านกับมาวัดราชโยธาอีกครั้ง เมื่ออายุครบบวช ก็ได้บวชที่วัดราชโยธา โดยมีหลวงปู่ทอง เป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่อบวชแล้วก็ตั้งหน้าศึกษาวิชาต่อกับหลวงปู่ทอง

จนหมดไส้หมดพุง หลวงปู่ทองได้ครอบครู ประสิทธิ ประสาท เรียนวิชาคู่กับอาจารย์แถว

อาจารย์แก้วลาอุปสมบทแล้วก็อาศัยวิชาสัก มาสักให้กับลูกศิษย์ฆราวาส และที่เป็นพระก็มี โดยมาสักที่บ้านท่าเรือ คลองเตยก่อน เมื่อลูกศิษย์เยอะขึ้นก็ย้ายจากท่าเรือมาที่ถนนวิทยุ ซอยร่วมฤดี ตั้งแต่ปี ๒๔๗๐

ซึ่งมีช่วงนึงปีที่เกิดกบฎ ณ เณร ท่านบวชที่วัดระฆัง อุทิศกุศลให้โยมบิดาเมื่อมีการจับกบฎ เรื่องราวจึงพาดพิง มาถึงท่าน เพราะ ร.ท. ณ เณร เป็นลูกศิษย์ใกล้ชิดมาสู่ท่าน

ทางการจึงหาว่าอาจารย์แก้วสมรู้ร่วมคิด จึงโดนจับทั้งผ้าเหลือง แต่ต่อมาก็ถูกปล่อยมาเพราะท่านไม่ผิดและไม่มีหลักฐาน เมื่อท่านออกมาก็ลาสิกขาบท

ท่านมาเปิดสักที่โบสถ์พราหมณ์ อีกครั้ง โดยท่านจะมีลูกศิษย์ช่วยสักอยู่ ๖ คน เป็นที่รู้จักโด่งดังของคนทั่วไปและข้าราชการผู้ใหญ่ นายทหารสมัยก่อน และเชื้อพระวงศ์จนปี๒๔๙๘ ท่านได้ถึงแก่กรรม

Teacher Kaew Khamwibun

Another route that you have studied in some parts is Luang Pu Suk. Pak Khlong Makham Tao Temple

Ajahn Kaew is a grandson that Reverend Grandfather Thong loves and trusts. He studied magic with Luang Pu Thong until age 19. He volunteered to serve the nation as a soldier to a foreign country.

Until you and the royal temple again When he is ordained Was ordained at the royal temple With Reverend Grandfather Thong Is preceptor When ordained, then set up to study with Luang Pu Thong

Until exhaustion Reverend Grandfather Thong has a teacher, Prasit Prasart, studying with a teacher

Teacher Kaew Lak, ordination and then relying on tattooing Came to tattoo for the lay disciple And the monk also had By coming to the house of Khlong Toei Pier first.

When more pupils moved from the pier to Wireless Road, Soi Ruamrudee since year 1927

ขอบคุณข้อมูลรูปภาพได้ที่ Google

อาจารย์ป่อง น่วมมานา

พระขุนแผน

หลวงพ่อเกษม

ตาบุญรอด สุขแสงจันทร์

ตาบุญรอด สุขแสงจันทร์ จากที่ท่านย้ายมาข้างๆวัดบางเตย แถบบางกระปิแล้วนั้น ท่านมีชื่อเสียงด้านการรักษาโรคด้วยสมุนไพร ตามแบบฉบับของหมอยาโบราณของตาบุญรอด

พ่อหมอบุญรอด

ขจรไกลไปมากขึ้นเรื่อยๆ มีผู้คนมาให้ตารักษาอยู่ตลอด กวาดยา ต้มยาหม้อบ้าง ขณะนั้นจึงมีคนเคารพรักและศรัทธาต่อ พ่อหมอรอด

อยู่เป็นจำนวนมาก ที่บ้านของคุณยายเติมก็จะมีผู้คนเข้ามากันหนาตามากขึ้น

บ้างก็เข้ามาขอให้ตารักษา บ้างก็เอาเด็กมาให้ตากวาดยา บ้างก็เข้าพูดคุยหาความรู้กับตาบุญรอด เป็นอยู่อย่างนี้เกือบทุกวัน

จนอยู่มาวันหนึ่ง ควรจะบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของคุณตาบุญรอด สุขแสงจันทร์ มีผู้ใหญ่คนหนึ่งเป็นคนพื้นที่วัดบางเตย

บ้านอยู่ริมคลองบางเตย ชื่อคุณย่ายวน (ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) ท่านนอนหมดลมหายใจไปเฉยๆ ลูกต่างตกใจเพราะว่าคุณย่ายวน

ในตอนนั้นอายุประมาณ 50-60  ไม่ได้เป็นโรคภัยไข้เจ็บอะไร สุขภาพร่างกายยังคงแข็งแรง เมื่อลูกๆตั้งสติได้จึงวิ่งมาหา พ่อหมอรอด คุณตา บุญรอด สุขแสงจันทร์

ให้ช่วยไปดูคุณย่ายวน ที่นอนหมดลมหายใจไปแล้ว เมื่อ พ่อ หมอรอด คุณตาบุญรอดได้ไปถึง ก็ได้จุดธูปเทียน สวดพระคาถาท่องบ่นมนต์พิธีต่างๆ ขอเทพพระเทวา

สร้างความตกตะลึงให้แก่ผู้ที่ได้พบเห็นว่าเป็น ที่น่าอัศจรรย์ พ่อหมอรอด ช่วยคนให้กลับฟื้นคืนกลับมาได้

ภายหลังคุณตาบุญรอด คุณย่ายวนดวงยังไม่ถึงฆาต จึงได้ขอเค้าไว้ได้

เรื่องนี้ทำให้คนพื้นที่ละแวกวัดบางเตย พื้นที่ใกล้เคียงพูดคุยกันปากต่อปากกันเป็นเวลานาน ยิ่งได้สร้างชื่อเสียงเรียงนาม แห่ง พ่อหมอรอด ขจรไกลไปมาก พ่อหมอรอด

มีชื่อเสียงก็มีคนมาขอเป็นลูกศิษย์ ในระยะแรกก็เป็นแต่เพียงมาเรียนรู้พวกตัวยาสมุนไพร ต้มยาหม้อ และบทพระคาถาอาคม กำกับตัวยา

พ่อหมอบุญรอด

Boon Rawd Suk Suk Moonlight, from where you moved next to Bang Toey Temple Bang Kapi then He is famous for treating diseases with herbs.

Typical of the ancient medicine doctor of Boon Rawd

Increasingly pervades There were people coming to keep an eye for treatment, sweeping the decoction of the pot.

At that time, many people respect and love the faith of his father. At Grandma Term’s home, more people are coming in.

Some came to ask for treatment. Some brought the child to sweep the eye.

To see Grandma Yuan The bed had run out of breath. When the doctor escaped,

Khun Boon Rawd arrived. Lighting candles and incense Chanting, incantation, chanting, chanting mantra, various ceremonies, requesting Deva Deva

To see Grandma Yuan The bed had run out of breath.

ขอบคุณข้อมูลรูปภาพได้ที่ Google

อาจารย์ป่อง น่วมมานา

พระขุนแผน

หลวงพ่อเกษม

 

พระครูกรุณาวิหารี (เผือก ปญฺญาธโร)

 

พระครูกรุณาวิหารี (เผือก ปญฺญาธโร) หรือ หลวงปู่เผือก (12 สิงหาคม พ.ศ. 2412 – 29 มีนาคม พ.ศ. 2501) เป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสมุทรปราการในยุคกึ่งพุทธกาลอานุภาพมากมาย มีประสบการณ์ในทางเมตตามหานิยม แคล้วคลาดอันตราย อธิษฐานได้ตามความปรารถนากล่าวคือท่านสำเร็จผงอิทธิเจ ผงปัถมัง ยันต์นะเมตตา ยันต์ฤๅษี ฯลฯ ซึ่งได้รับการถ่ายทอดมาจาก หลวงปู่ทอง อายะนะ แห่งวัดราชโยธา ศิษย์ร่วมสำนักเดียวกับท่านได้แก่ หลวงพ่อพัก วัดบึงทองหลาง หลวงปู่ปั้น วัดสะพานสูง (บางซื่อ) และหลวงพ่อผือก วัดลาดพร้าว

สาธุคุณปู่ปุ ณ ยทาโร่ปู่เกิดเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2412 ใกล้เคียงกับปีที่ 1 ในดินแดนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่บ้านคลองสำโรง จังหวัดสมุทรปราการซึ่งมีชื่อพ่อคือนายทองสุขชื่อแม่คือนางค่ายบุญสุขทอง มีพี่น้อง 8 คน เขาเป็นลูกคนที่ 5 เมื่อในปี พ.ศ. 2433 เขามีอายุ 21 ปี ท้องอาน่า (อดีตเจ้าอาวาสวัดลาดบัวขาว)

เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์วัดกิ่งแก้วเป็นอาจารย์ของปราชญ์และได้รับฉายาปัน ธ นาโร่เมื่อออกบวชและท่องที่วัดพระแก้วตลอดมา โดยการศึกษาภาษาไทยให้ละเอียดมากขึ้นอย่างละเอียดดังนั้นจึงเริ่มศึกษาธรรมะตัวละครเขมรและฝึกฝนการทำสมาธิวิปัสสนาโดยให้พระอาจารย์อิ่มเป็นผู้ฝึกสอน

มื่อปี พ.ศ. 2442 พระอาจารย์อิ่ม อินทสโร ได้มรณภาพลง ที่ประชุมสงฆ์และชาวบ้านเห็นพ้องต้องกันที่จะให้ท่านเป็นเจ้าอาวาสสืบต่อมา ขณะนั้นท่านมีอายุได้ 30 ปี และเมื่อท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดกิ่งแก้วแล้ว ท่านจึงได้เริ่มทำการพัฒนาอาคารสิ่งก่อสร้างต่างๆ ภายในวัดกิ่งแก้วครั้งใหญ่ด้วยความร่วมมือและพร้อมใจจากคณะสงฆ์และลูกศิษย์

Phra Kru Koon Wihari, or Reverend Grandfather Phak (12 August 1869 – 29 March 1958) was a famous monk of Samut Prakarn in the mid-Buddhist era. Have experience in compassion Dangerous Pray according to your wishes, namely, success, powder, Itchee,

powder, Patthang Yantra, Metta Yantra, Hermit, etc. which has been inherited from Reverend Grandfather Thong. The Achanana of Wat Ratcha Yotha, the same disciples as Luang Por Pak, Wat Bueng Thong Lang, Luang Pu Pan, Saphan Sung Temple (Bang Sue) and Luang Pho Phuea, Lat Krabang Temple

Reverend Grandfather Punyaro Taro. Grandfather was born on 12 August 1869, close to Year 1 in the land of His Majesty the King at Ban Khlong Samrong. Samut Prakan Province, whose father’s name is Mr Thongsuk, mother’s name is Mrs. Boon Suk Thong. There are 8 siblings.

Is preceptor Phra Ajahn Wat Kaeo is a professor of philosophy and has been given the nickname Pan Tanaro when ordained and recited at Wat Phra Kaew all along.

By studying Thai language more thoroughly, therefore began to study Dharma, Khmer characters and practice Vipassana meditation by having Phra Ajahn Im full as a trainer.

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google

 พระอาจารย์สาคร ธัมวุธโธ

หลวงพ่อสมหวัง

หลวงปู่พวง